กฎหมายการติดตั้งโซล่าเซลล์ 2569 อัปเดตสิทธิ BOI และมาตรฐาน วสท.

Content Writer / SolarEdge Thailand
07-04-2026
และมาตรฐาน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจและโรงงานอุตสาหกรรมในปัจจุบันพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาพลังงาน (ค่า Ft) ควบคู่กับแรงกดดันจากมาตรการกีดกันทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อม และเป้าหมายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น “ทางรอด” ของธุรกิจ

เพื่อให้สอดรับกับทิศทางการรักษาความยั่งยืนด้านพลังงาน ภาครัฐของไทยได้ปรับปรุงกฎหมายการติดตั้งโซล่าเซลล์ ตลอดจนข้อบังคับต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมาย อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ และในปี พ.ศ. 2569 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่ง “ปีทอง” ของภาคอุตสาหกรรม ด้วยการปลดล็อกกฎหมายอาคาร และปรับเปลี่ยนนโยบายส่งเสริมการลงทุน (BOI) รูปแบบใหม่ที่สนับสนุนระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) แบบจัดเต็ม

ปลดล็อกฎหมายอาคารปี 2569: ติดตั้งโซล่าร์โรงงานงงานง่ายขึ้น

ในอดีต อุปสรรคใหญ่ที่ทำให้โครงการโซล่าเซลล์ในภาคอุตสาหกรรมต้องล่าช้า คือ ความซับซ้อนของเอกสารขออนุญาต แต่ข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการในตอนนี้ คือ การประกาศใช้ กฎกระทรวง ฉบับที่ 72 (พ.ศ. 2568) โดยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าจากหน่วยงานท้องถิ่น ทำให้การติดโซล่าเซลล์โดยไม่ขออนุญาต ในหมวดการดัดแปลงอาคาร หรือ ใบ อ.1 กลายเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ และมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ

สาระสำคัญของกฎกระทรวงฉบับที่ 72 (พ.ศ. 2568)

กฎหมายใหม่ระบุชัดเจนว่า การติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาอาคาร ที่มีน้ำหนักรวมในบริเวณหนึ่งไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร นั่นหมายความว่า หากระบบแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาโรงงานหรือโกดังของมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว ก็ไม่จำเป็นต้องยื่นเรื่องขอใบอนุญาตดัดแปลงอาคารจากเทศบาลหรือ อบต. อีกต่อไป 

หมายเหตุ: โดยปกติแล้ว แผงโซล่าเซลล์มาตรฐานพร้อมโครงสร้างยึดจับอลูมิเนียม มีน้ำหนักรวมเฉลี่ยเพียง 15-18 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

เปรียบเทียบกับกฎกระทรวงฉบับเดิม: ภาคธุรกิจได้ประโยชน์อย่างไร?

กฎหมายเดิม (ฉบับปี พ.ศ. 2528) กำหนดเงื่อนไขว่า ต้องมีพื้นที่ติดตั้งไม่เกิน 160 ตารางเมตร ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องใช้พื้นที่หลังคาขนาดใหญ่ ทำให้โรงงานทุกแห่งต้องเข้าสู่กระบวนการขอใบอนุญาตดัดแปลงอาคารที่ใช้เวลานานกว่าที่จะติดตั้งโซล่าร์โรงงานได้สำเร็จ

ในขณะที่กฎหมายใหม่ (ฉบับปี พ.ศ. 2568) ปลดล็อกเรื่องข้อจำกัดขนาดพื้นที่ ดังนั้น ไม่ว่าหลังคาโรงงาน อาคารพาณิชย์ หรือศูนย์กระจายสินค้าจะมีขนาดเท่าไหร่ หากน้ำหนักติดตั้งรวมไม่เกินเกณฑ์ 20 กก./ตร.ม. ก็ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตดัดแปลงอาคาร ทำให้โครงการสามารถเดินหน้าติดตั้งและเปิดใช้งานระบบโซล่ารูฟท็อปได้รวดเร็วขึ้น ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินเอกสาร

ปลดล็อก ร.ง.4 สำหรับโซล่าเซลล์ทุกขนาดกำลังการผลิต

นอกจากเรื่องการดัดแปลงอาคารแล้ว กรมโรงงานอุตสาหกรรมยังได้ยกเว้นการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4 ลำดับที่ 88) สำหรับการติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาใน “ทุกขนาดกำลังการผลิต” นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 เป็นต้นมา จากเดิมที่ยกเว้นให้เฉพาะระบบที่ผลิตไฟได้ต่ำกว่า 1,000 kWp ทำให้โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่สามารถลงทุนติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ระดับเมกะวัตต์ (MW) ได้อย่างไร้รอยต่อ

อัปเดตนโยบาย BOI ล่าสุด: สิทธิประโยชน์จัดเต็มสำหรับระบบโซล่าเซลล์และแบตเตอรี่ (BESS)

เพื่อกระตุ้นให้ภาคธุรกิจปรับตัวสู่พลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบและเพิ่มเสถียรภาพให้กับระบบไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ปรับนโยบายใหม่ครั้งสำคัญ โดยพุ่งเป้าไปที่การสนับสนุนการลงทุนติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า (Battery Energy Storage System: BESS) ซึ่งถือเป็น “โอกาสทอง” ที่ผู้ประกอบการไม่ควรพลาด

ประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับแบบจัดเต็ม

โรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมมาตรการดังกล่าว จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่ช่วยลดต้นทุนการลงทุน (CAPEX) ได้แก่

1. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% ของเงินลงทุน เป็นระยะเวลา 3 ปี (ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและเงื่อนไขของโครงการตามที่ BOI กำหนด) ซึ่งจะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดและทำให้อัตราผลตอบแทน (ROI) ของโครงการก้าวกระโดด

2. ลดหย่อนภาษีอากรนำเข้า สำหรับเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่นำมาใช้ติดตั้งระบบ BESS ช่วยลดต้นทุนในการจัดหาแบตเตอรี่คุณภาพสูงจากต่างประเทศ

แม้มาตรการจะให้สิทธิประโยชน์สูง แต่ก็มีเพดานการให้สิทธิ์เพื่อความเหมาะสม โดย BOI กำหนดเพดานวงเงินสูงสุดในการนำมูลค่าการลงทุนมาคำนวณสิทธิประโยชน์ไว้ที่ ไม่เกิน 12 ล้านบาท ต่อ 1 เมกะวัตต์ (MW) ของกำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบโซล่าร์

กรณีโรงงานมีโซล่าเซลล์อยู่แล้ว สามารถรับสิทธิ์ได้หรือไม่?

คำตอบ คือ ได้ หากโรงงานมีกิจการที่อยู่ในข่ายที่ BOI ให้การส่งเสริม หรือหากมีการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ (Solar PV) ไว้ใช้งานอยู่แล้วก่อนหน้านี้ สามารถดำเนินการ ติดตั้งระบบ BESS เพิ่มเติม เพื่อขอรับสิทธิประโยชน์จาก BOI ได้ (ทั้งนี้กิจการต้องไม่มีสิทธิ์ยกเว้นทางภาษีที่ซ้ำซ้อนกัน เช่นกิจการยังใช้สิทธิ์ยกเว้นทางภาษีจากการส่งเสริมอื่นและยังไม่หมดอายุ) โดยยื่นขอสิทธิ์เฉพาะในส่วนของมูลค่าการลงทุนของ BESS ที่เพิ่มเข้าไปเท่านั้น ถือเป็นโอกาสอันดีในการอัปเกรดโรงงานให้สามารถใช้พลังงานสะอาดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ลดค่าไฟในช่วง Peak Load ได้

มาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพ: วสท. 2568 และบทบาทของอินเวอร์เตอร์อุตสาหกรรม

เมื่อกฎหมายผ่อนปรนให้การติดตั้งโซล่าร์โรงงานทำได้ง่ายขึ้น สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องตระหนักและยกระดับคือ “ความปลอดภัย” เพราะอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการหยุดชะงักของสายการผลิตและความเสียหายมูลค่ามหาศาล ดังนั้น มาตรฐานการติดตั้งโซล่าเซลล์ วสท. 2568 (วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย) จึงถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวด 

มาตรฐาน วสท. ฉบับล่าสุดนี้ เน้นการป้องกันอัคคีภัยและการป้องกันไฟฟ้าดูดเป็นสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล (IEC) โดยกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการใช้อุปกรณ์ การเดินสายไฟ และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย เพื่อคุ้มครองทั้งชีวิตของบุคลากร ทรัพย์สินของโรงงาน และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน

เทคโนโลยีความปลอดภัยที่บังคับใช้: AFCI และ Rapid Shutdown

มาตรฐาน วสท. ล่าสุด บังคับให้ระบบโซล่าเซลล์ทุกขนาด ต้องติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยในระบบอินเวอร์เตอร์ ดังนี้

1. AFCI (Arc Fault Circuit Interrupter)

อุปกรณ์ตัดวงจรอาร์กไฟฟ้า (Arc) หรือประกายไฟ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของไฟไหม้บนหลังคาโรงงาน โดยอินเวอร์เตอร์อุตสาหกรรมที่ได้มาตรฐานต้องสามารถตรวจจับความผิดปกตินี้และตัดกระแสไฟให้ดับลงภายในเวลา 2.5 วินาที เพื่อป้องกันอัคคีภัยที่อาจลุกลามไปยังตัวอุปกรณ์และอาคารโรงงาน

2. Rapid Shutdown 

ในกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้หรือต้องซ่อมบำรุงหลังคา การสับเบรกเกอร์อาจไม่ได้ทำให้กระแสไฟ (DC) บนหลังคาดับลง ฟังก์ชัน Rapid Shutdown จะทำหน้าที่ลดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันนักผจญเพลิงและทีมช่างซ่อมบำรุงจากการถูกไฟดูด

การเลือกอินเวอร์เตอร์ที่ได้มาตรฐาน

เนื่องจากอินเวอร์เตอร์ออนกริดเปรียบเสมือน "สมอง" ของระบบโซล่าเซลล์ และเป็นส่วนสำคัญที่มีฟังก์ชันรักษาความปลอดภัย การพิจารณาเลือกใช้จึงไม่ควรตัดสินจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงฟังก์ชันความปลอดภัยแบบ Built-in ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต และความสามารถในการทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เสถียรภาพ และปลอดภัยสูงสุดตลอดอายุการใช้งาน

การบริหารจัดการระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ให้ปลอดภัย

สำหรับการติดตั้งแบตเตอรี่ BESS ในโรงงานตามนโยบาย BOI มาตรฐาน วสท. ระบุว่าแบตเตอรี่ต้องผ่านการรับรองสากลด้านความร้อนและการลามไฟ เช่น IEC 62619, UN38.3 และควรได้รับการออกแบบพื้นที่ติดตั้งภายนอกอาคาร หรือในห้องทนไฟที่มีระบบปรับอากาศและระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Fire Suppression System) โดยเฉพาะ เพื่อจำกัดความเสี่ยงอย่างรัดกุม

ปี 2569 นับเป็นปีที่ปลดล็อกศักยภาพของภาคอุตสาหกรรม กฎหมายการติดตั้งโซล่าเซลล์ที่ผ่อนคลายลง ทำให้โครงการโซล่าเซลล์โรงงานเดินหน้าได้เร็วขึ้น ในขณะที่นโยบายใหม่ของ BOI ที่สนับสนุนทั้งระบบโซล่าเซลล์และแบตเตอรี่ (BESS) ก็เข้ามาช่วยลดต้นทุนการลงทุนได้อย่างมาก การผสานพลังงานแสงอาทิตย์เข้ากับแบตเตอรี่ไม่เพียงแต่ช่วยให้โรงงานลดค่าไฟฟ้าได้ในระยะยาว แต่ยังเป็นการปรับตัวสู่ยุคพลังงานสะอาด อีกทั้งยังคุ้มค่าทั้งในแง่ของผลกำไร และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางโอกาสเหล่านี้ “ความปลอดภัย” ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ผู้ประกอบการควรเลือกใช้อุปกรณ์ระบบโซล่าเซลล์ที่ผ่านมาตรฐาน วสท. 2569 เพื่อปกป้องทรัพย์สินขององค์กรและผลิตพลังงานได้อย่างมั่นคงตลอดอายุการใช้งาน

เกี่ยวกับ SolarEdge Technologies

SolarEdge Technologies เป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน โดยใช้วิศวกรรมและนวัตกรรมระดับโลกในการพัฒนาโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับกลุ่มลูกค้าในภาคที่อยู่อาศัย ภาคพาณิชย์ และภาคสาธารณูปโภค SolarEdge นำเสนอโซลูชันที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับการผลิต การจัดเก็บ การจัดการ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ พัฒนาและผลิตทั้งอินเวอร์เตอร์โซล่าเซลล์ Power Optimizer ระบบจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ระบบจัดเก็บพลังงาน และบริการโครงข่ายไฟฟ้า

เทคโนโลยี DC-Optimized ของ SolarEdge ถูกติดตั้งในบ้านหลายล้านหลังในกว่า 140 ประเทศ และมากกว่า 50% ของบริษัท Fortune 100 มีการใช้งานเทคโนโลยีของ SolarEdge บนหลังคาของพวกเขา SolarEdge มีบทบาทสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงข่ายพลังงานแบบกระจายที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีบริการหลังการขายที่ครอบคลุม เพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งเจ้าของบ้านและภาคธุรกิจ และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ให้การรับประกันที่ยาวนานที่สุดในตลาดอีกด้วย

ติดต่อเรา 

กรอกแบบฟอร์ม คลิก

LINE Official: SolarEdge Thailand
 

ติดตามข่าวสารใหม่ๆ จาก SolarEdge

Facebook: SolarEdge Technologies Inc.

Instagram: @solaredgepv

X: @SolarEdgePV 

LinkedIn: SolarEdge Technologies