โซลาร์เซลล์ ลดหย่อนภาษี 2569 ธุรกิจได้สิทธิอะไรบ้าง

Content Writer / SolarEdge Thailand
21-10-2026

ต้นทุนค่าไฟฟ้าเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องที่ภาคธุรกิจต้องคอยแบกรับ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม อาคารสำนักงาน คลังสินค้า หรืออาคารธุรกิจค้าปลีก หลายองค์กรจึงหันมาลงทุนติดตั้งระบบโซล่าเซลล์เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในระยะยาว

สิ่งที่ทำให้การตัดสินใจลงทุนนี้น่าสนใจขึ้นไปอีกขั้น คือ มาตรการภาษีจากภาครัฐ ที่เปิดให้ผู้ประกอบการนำเงินลงทุนในระบบพลังงานสะอาดมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษี หรือก็คือการใช้โซล่าเซลล์ลดหย่อนภาษีนั่นเอง ซึ่งจะช่วยทำให้ระยะเวลาคืนทุนสั้นลงกว่าเดิม

บทความนี้สรุปสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับ นิติบุคคลและผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(5)-40(8) ที่เป็นเจ้าของกิจการ พร้อมอธิบายเงื่อนไข ระยะเวลา และข้อควรระวังที่ไม่ควรมองข้าม

ติดตั้งโซล่าเซลล์ลดหย่อนภาษีได้ไหม เจาะลึกสิทธิประโยชน์สำหรับนิติบุคคล

คำถามที่ว่า ติดตั้งโซล่าเซลล์ลดหย่อนภาษีได้ไหม คำตอบสั้นๆ คือ ได้ โดยภาครัฐได้ออกแบบกลไกและมาตรการภาษี เพื่อส่งเสริมการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ซึ่งครอบคลุมระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ด้วย

มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมเครื่องจักรและอุปกรณ์ประหยัดพลังงานคืออะไร

มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนของประเทศไทย โดยเปิดให้นิติบุคคลและผู้ประกอบการนำรายจ่ายจากการซื้อหรือลงทุนในทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรและอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน มาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีเป็นจำนวน 1.5 เท่าของรายจ่ายจริง โดยโครงสร้างการหักแบ่งเป็นสองส่วน ดังนี้

1. ค่าเสื่อมราคาตามปกติ 100% ของมูลค่าลงทุน ซึ่งเป็นสิทธิที่นิติบุคคลสามารถหักได้ตามหลักเกณฑ์ปกติของทรัพย์สินทั่วไป

2. หักรายจ่ายเพิ่มเติมอีก 50% ของรายจ่ายจริง ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษเพิ่มเติมตามมาตรการ

หากคิดเป็นตัวเลขให้เห็นภาพ สมมุติว่า บริษัทลงทุนติดตั้งโซล่าเซลล์ด้วยเงิน 1,000,000 บาท บริษัทสามารถนำมูลค่านี้ไปหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ถึง 1,500,000 บาท เท่ากับได้ประโยชน์ทางภาษีเพิ่มอีก 500,000 บาทจากเงินลงทุนก้อนเดียว ซึ่งช่วยลดภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลในปีนั้นๆ ได้พอสมควร

กลุ่มนิติบุคคลที่มีสิทธิลดหย่อนภาษี

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ลงทุนติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ในทรัพย์สินที่ใช้ประกอบธุรกิจของตัวเอง สามารถนำมูลค่าการลงทุนไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิต อาคารสำนักงาน คลังสินค้า หรือสถานประกอบการอื่นที่มีการใช้ไฟฟ้าเพื่อดำเนินธุรกิจ จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการติดตั้งโซล่าร์โรงงานที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงต่อเนื่อง

กลุ่มผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 40(5)-40(8)

นอกจากนิติบุคคล มาตรการนี้ยังครอบคลุมผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(5) ถึง 40(8) ซึ่งได้แก่กลุ่มผู้ที่มีสถานประกอบการเป็นของตนเอง เช่น เจ้าของอาคารให้เช่า เจ้าของคลินิก สำนักงาน สตูดิโอถ่ายภาพ หรือผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้จดทะเป็นนิติบุคคล โดยต้องเข้าเกณฑ์เงื่อนไขตามที่ประกาศกำหนดเช่นเดียวกัน

โดยผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(5)-40(8) ที่ลงทุนในเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ประหยัดพลังงาน (ฉลากเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว) สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 1.5 เท่า และยกเว้นภาษี 50% ของรายจ่ายจริง (หรือตามเงื่อนไขเฉพาะของมาตรการอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน)

ติดโซล่าเซลล์ลดหย่อนภาษีเริ่มเมื่อไหร่ มีผลถึงวันไหน?

ตามประกาศที่เกี่ยวข้อง มาตรการนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2569 ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2571 รวมระยะเวลาใช้สิทธิประมาณ 3 ปีภาษี ธุรกิจที่ลงทุนติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ภายในช่วงเวลาดังกล่าว สามารถนำรายจ่ายไปยื่นขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

คุณสมบัติอุปกรณ์และเอกสารที่ต้องเตรียม

ในการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากโซล่าเซลล์ให้สมบูรณ์ ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบคุณสมบัติอุปกรณ์และเตรียมเอกสารให้ครบตามที่กำหนด

  • สภาพอุปกรณ์ - อุปกรณ์ต้องเป็นของใหม่ ไม่ใช่มือสองหรือของที่ผ่านการใช้งานมาก่อน อีกทั้ง อุปกรณ์ต้องผ่านการรับรองฉลากประสิทธิภาพสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) หรือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นหลักประกันว่าอุปกรณ์ได้มาตรฐานตามที่รัฐกำหนด
  • เอกสารการซื้อขาย/ภาษี - ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูป (e-Tax Invoice) ที่ระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษี รายละเอียดสเปก (kWp, จำนวนแผง, รุ่นอินเวอร์เตอร์) พร้อมแยกรายละเอียดค่าอุปกรณ์และค่าบริการอย่างชัดเจน

ธุรกิจที่วางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ควรพูดคุยปรึกษากับผู้ติดตั้งหรือบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์โซล่าเซลล์ตั้งแต่ต้น เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ที่เลือกได้มาตรฐาน และเอกสารทุกฉบับถูกจัดทำอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก

เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีติดตั้งโซล่าร์เซลล์ 2569 มีอะไรบ้าง

มาตรการนี้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีชัดเจน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องศึกษาเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีติดตั้งโซล่าร์เซลล์ 2569 ให้ละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกเรียกตรวจสอบย้อนหลัง

ความสอดคล้องของเอกสารที่ต้องตรวจสอบให้ครบถ้วน

หลักการง่าย ๆ คือ ชื่อทุกจุดต้องเป็นนิติบุคคลเดียวกัน หากชื่อใดชื่อหนึ่งคลาดเคลื่อน การขอใช้สิทธิอาจถูกปฏิเสธได้ โดยมีเอกสารที่ควรตรวจ

  1. ชื่อผู้ซื้อใน e-Tax Invoice ตรงกับชื่อนิติบุคคลที่ยื่นภาษี
  2. ชื่อเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าตรงกับชื่อนิติบุคคลที่ขอใช้สิทธิ
  3. ชื่อผู้ยื่นขออนุญาตขนานไฟตรงกับเจ้าของทรัพย์สิน
  4. เอกสารการบันทึกทรัพย์สินและตารางค่าเสื่อมราคาต้องจัดทำแยกรายการชัดเจน

กรณีที่บริษัทเช่าอาคารหรือมิเตอร์ไฟฟ้าเป็นชื่อเจ้าของอาคาร ควรหารือกับที่ปรึกษาภาษีตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญาติดตั้ง

ข้อจำกัดสำคัญที่ผู้ประกอบการควรระวัง

ข้อจำกัดที่ทำให้หลายธุรกิจคำนวณผลประหยัดภาษีสูงเกินจริง มีอยู่ 2 ข้อหลัก คือ

1. สิทธิครอบคลุมเฉพาะค่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ - เช่น แผงโซล่าเซลล์ อินเวอร์เตอร์โซล่าเซลล์ และแบตเตอรี่โซล่าเซลล์ แต่ไม่รวมค่าแรงติดตั้งระบบ ธุรกิจจึงควรแยกรายการค่าใช้จ่ายระหว่างอุปกรณ์และค่าบริการติดตั้งให้ชัดตั้งแต่ทำสัญญา

2. ไม่สามารถใช้สิทธิซ้ำซ้อนกับมาตรการอื่น - เช่น สิทธิประโยชน์ BOI ในโครงการเดียวกัน ธุรกิจจึงต้องเปรียบเทียบก่อนว่าเส้นทางใดให้ประโยชน์สูงกว่า ธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI อยู่แล้ว ต้องเลือกว่าจะใช้สิทธิใดสิทธิหนึ่งที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับโครงการนั้น

สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับโรงงานที่เข้าร่วมโครงการ BOI

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับการส่งเสริมจาก BOI เป็นทางเลือกเพิ่มเติมนอกเหนือจากมาตรการภาษี 1.5 เท่าที่กล่าวไปข้างต้น โดยมีรายละเอียดสิทธิประโยชน์ ดังนี้

  • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล - โรงงานที่เข้าเงื่อนไข BOI ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% ของเงินลงทุนอุปกรณ์ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) เป็นเวลา 3 ปี ตามเงื่อนไขที่ BOI กำหนด
  • ลดหย่อนภาษีอากรนำเข้า - สำหรับอุปกรณ์ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ซึ่งช่วยลดต้นทุนนำเข้าแบตเตอรี่คุณภาพสูงจากต่างประเทศ ทำให้โรงงานลงทุนในระบบสำรองไฟที่มีประสิทธิภาพสูงได้ด้วยต้นทุนที่เข้าถึงง่ายขึ้น

โดย BOI กำหนดเพดานวงเงินสูงสุดในการนำมูลค่าการลงทุนมาคำนวณสิทธิประโยชน์ไว้ที่ ไม่เกิน 12 ล้านบาท ต่อ 1 เมกะวัตต์ (MW) ของกำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบโซล่าร์ อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์สองส่วนนี้เมื่อรวมกันแล้ว ทำให้โรงงานที่เข้าร่วม BOI ได้เปรียบด้านต้นทุนในการลงทุนระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ยิ่งหากร่วมงานกับบริษัทโซล่าเซลล์ที่เข้าใจเงื่อนไข BOI ดี กระบวนการขอสิทธิจะราบรื่นขึ้นตั้งแต่ขั้นวางแผนโครงการ

โซล่าเซลล์ ลดหย่อนภาษีคุ้มไหม?

คำตอบนั้นขึ้นอยู่กับมุมมอง "ผลตอบแทน" ต่อธุรกิจ โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ทาง คือ เงินภาษีที่ประหยัดได้ในปีแรก และ ค่าไฟฟ้าที่ลดลงตลอดอายุการใช้งานของระบบ

หากลองคำนวณจากการลงทุน 1,000,000 บาท ที่อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% จะได้ผลลัพธ์ ดังนี้

รายการ กรณีหักปกติ กรณีใช้สิทธิลดหย่อน 1.5 เท่า
เงินลงทุนจริง 1,000,000 1,000,000
นำมาหักเป็นรายจ่ายได้ 1,000,000 1,500,000
ภาษีที่ประหยัดได้ (20%) 200,000 300,000
ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น - +100,000 บาท

เมื่อรวมต้นทุนที่ลดลงจากสิทธิภาษี 1.5 เท่า เข้ากับค่าไฟที่ลดลงได้ราว 20-60% (ขึ้นอยู่กับขนาดระบบและพฤติกรรมการใช้ไฟของแต่ละธุรกิจ) จะเห็นว่าระยะเวลาคืนทุนสั้นลงชัดเจน แถมอุปกรณ์ในระบบโซล่าเซลล์ยังใช้งานได้ยาวนานถึง 25-30 ปี เท่ากับลงทุนครั้งเดียวแต่ได้ประโยชน์ต่อเนื่องไปอีกหลายสิบปี ในขณะที่ค่าไฟมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต

สุดท้ายนี้ ความคุ้มค่าของการลงทุนก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพอุปกรณ์ด้วย เพราะหากระบบทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพหรือเสียหายบ่อยครั้ง สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับในปีแรกก็ไม่อาจชดเชยค่าบำรุงรักษาหรือผลผลิตพลังงานที่เสียไปในระยะยาว

เลือกอุปกรณ์โซล่าเซลล์ที่ใช่ เพื่อประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงสุด

หนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้ธุรกิจได้ประโยชน์เต็มจากสิทธิลดหย่อนภาษี คือ ระบบโซล่าเซลล์ทำงานได้ดีตลอดอายุการใช้งาน ดังนั้นการเลือกอุปกรณ์คุณภาพจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม รวมถึงการเลือกผู้ติดตั้งที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้กระบวนการยื่นขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปอย่างราบรื่นตั้งแต่ต้นจนจบ

SolarEdge ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนได้ออกแบบโซลูชันครบวงจรสำหรับธุรกิจ ที่ช่วยดึงผลผลิตพลังงานจากแผงโซล่าเซลล์ออกมาได้เต็มที่ เช่น

  • Power Optimizer - อุปกรณ์แปลงไฟที่แยกการทำงานของแต่ละแผงโซล่าเซลล์อย่างอิสระ (MPPT) เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของระบบได้สูงสุดถึง 99.5% มาพร้อมระบบความปลอดภัยอย่าง SafeDC™ และ Sense Connect ที่ทำงานร่วมกับ Rapid Shutdown (RSD)
  • อินเวอร์เตอร์ (Inverter) - รูปแบบ DC-Optimized ที่เพิ่มพลังงานผลิตมากขึ้น ด้วยการติดตาม MPP ในระดับแผง (Panel-Level MPP Tracking) และรองรับกระแสไฟฟ้า DC เกิน 175% ทั้งยังมาพร้อมโซลูชันความปลอดภัยแบบ Built-in
  • SolarEdge CSS-OD 197 - ระบบกักเก็บพลังงานภายนอกอาคาร ความจุสูงถึง 197 kWh และขยายขนาดได้ถึง 4 เมกะวัตต์ ที่มาในรูปแบบตู้ Cabinet ดีไซน์กะทัดรัด ติดตั้งง่าย และประหยัดพื้นที่ใช้งาน

อุปกรณ์ทั้งหมดเชื่อมต่อซอฟต์แวร์มอนิตอริ่ง SolarEdge ONE for C&I ผ่านอินเวอร์เตอร์ ช่วยให้เจ้าของไซต์สามารถตรวจสอบสถานะการทำงานของระบบได้แบบ Real-Time มองเห็นประสิทธิภาพการทำงานรายแผง วิเคราะห์ปัญหา ควบคุมระบบกักเก็บพลังงาน และจัดการการบำรุงรักษา (O&M) ได้แม่นยำ ช่วยให้ธุรกิจติดตามผลตอบแทนจากการลงทุนได้ชัดเจน เกี่ยวกับ SolarEdge Technologies

SolarEdge Technologies เป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน โดยใช้วิศวกรรมและนวัตกรรมระดับโลกในการพัฒนาโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับกลุ่มลูกค้าในภาคที่อยู่อาศัย ภาคพาณิชย์ และภาคสาธารณูปโภค SolarEdge นำเสนอโซลูชันที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับการผลิต การจัดเก็บ การจัดการ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ พัฒนาและผลิตทั้งอินเวอร์เตอร์โซล่าเซลล์ Power Optimizer ระบบจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ระบบจัดเก็บพลังงาน และบริการโครงข่ายไฟฟ้า

เทคโนโลยี DC-Optimized ของ SolarEdge ถูกติดตั้งในบ้านหลายล้านหลังในกว่า 140 ประเทศ และมากกว่า 50% ของบริษัท Fortune 100 มีการใช้งานเทคโนโลยีของ SolarEdge บนหลังคาของพวกเขา SolarEdge มีบทบาทสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงข่ายพลังงานแบบกระจายที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีบริการหลังการขายที่ครอบคลุม เพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งเจ้าของบ้านและภาคธุรกิจ และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ให้การรับประกันที่ยาวนานที่สุดในตลาดอีกด้วย

ติดต่อเรา

กรอกแบบฟอร์ม คลิก

LINE Official: SolarEdge Thailand

ติดตามข่าวสารใหม่ๆ จาก SolarEdge

Instagram: @solaredgepv

บทความที่เกี่ยวข้อง