Solar Carport คืออะไร คุ้มค่าไหมสำหรับธุรกิจ พร้อมข้อดี-ข้อเสีย

Content Writer / SolarEdge Thailand
29-09-2026

หนึ่งในปัญหาที่ธุรกิจขนาดใหญ่อย่าง ห้างสรรพสินค้า โรงงาน หรืออาคารสำนักงานมักพบเจอ คือ พื้นที่หลังคาอาคารมีจำกัด แม้ติดตั้งโซล่าเซลล์ทั้งหลังคาแล้วก็ยังไม่พอต่อความต้องการ ทั้งนี้ หากลองมองไปที่ลานจอดรถกว้างๆ ที่ยังไม่ได้ทำประโยชน์ ธุรกิจสามารถเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นแหล่งผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ หรือที่เรียกว่า Solar Carport ซึ่งเป็นการเปลี่ยนหลังคาลานจอดรถให้กลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าไปในตัว ช่วยลดค่าไฟและใช้พื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนในที่ดินเพิ่มเติม

บทความนี้จะพาไปดูว่า Solar Carport ทำงานอย่างไร มีกี่รูปแบบ เหมาะกับธุรกิจประเภทไหน รวมถึงข้อดี-ข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจลงทุน

Solar Carport คือ อะไร?

Solar Carport (โซล่าคาร์พอร์ต) คือ นวัตกรรมที่ผสมผสานหลังคาจอดรถกับระบบโซล่าเซลล์ โดยติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ไว้บนโครงหลังคาคลุมที่จอดรถ ดังนั้น ธุรกิจที่มีลานจอดรถกลางแจ้งขนาดใหญ่จึงได้ประโยชน์สองอย่างพร้อมกัน ทั้งหลังคาบังแดดบังฝนให้รถยนต์และผลิตพลังงานไฟฟ้า ซึ่งช่วยประหยัดทั้งพื้นที่และงบประมาณในระยะยาว

หลักการทำงานของ Solar Carport

ในแง่ของหลักการทำงาน แน่นอนว่า Solar Carport นั้นทำงานคล้ายกับโซล่ารูฟท็อป ดังนี้

1. แผงโซล่าเซลล์รับแสงแดด

อันดับแรก แผงโซล่าเซลล์จะรับพลังงานแสงอาทิตย์และเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Photovoltaic Effect โดยประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าจะขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของแสงแดด มุมติดตั้ง และคุณภาพของแผง

2. อินเวอร์เตอร์แปลงกระแสไฟฟ้า (DC > AC)

เนื่องจากไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์เป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ซึ่งไม่สามารถใช้งานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้โดยตรง อินเวอร์เตอร์โซล่าเซลล์จึงทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) แล้วส่งพลังงานไฟฟ้าไปยังอาคารเพื่อใช้งานตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายไฟให้กับระบบไฟฟ้า เช่น ไฟแสงสว่าง เครื่องปรับอากาศ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ

3. จ่ายไฟไปยังอาคาร หรือสถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger)

นอกจากการจ่ายไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ภายในอาคาร ในปัจจุบัน ระบบโซล่าเซลล์สามารถเชื่อมต่อและจ่ายไฟให้กับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) โดยตรง เพื่อใช้ในการชาร์จพลังงานให้กับยานพาหนะไฟฟ้า

4. กักเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ในแบตเตอรี่ (ถ้ามี)

ในกรณีที่ระบบผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าความต้องการใช้งาน พลังงานส่วนเกินสามารถถูกส่งไปกักเก็บไว้ในแบตเตอรี่ หรือระบบ BESS (Battery Energy Storage System) เพื่อสำรองไว้ใช้งานในช่วงเวลาที่ไม่มีแสงแดด เช่น ช่วงกลางคืน หรือในกรณีที่เกิดไฟฟ้าดับ ช่วยเพิ่มความมั่นคงและความต่อเนื่องในการใช้พลังงานไฟฟ้าให้กับระบบ

อย่างไรก็ตาม แม้หลักการผลิตไฟฟ้าจะคล้ายกับโซล่ารูฟท็อป แต่รูปแบบโครงสร้างนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน

Solar Carport มีกี่ประเภท?

Solar Carport มีกี่ประเภท คำตอบสั้นๆ คือ แบ่งได้ 2 แบบตามโครงสร้างหลัก ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นและความเหมาะสมกับพื้นที่ต่างกันไป

โรงจอดรถแบบแถวเดียว (Single Row Carport)

แบบแถวเดียว คือ โครงสร้างหลังคาที่ยื่นออกมาจากเสาฝั่งเดียว รองรับรถได้หนึ่งแถว และสามารถติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาเชื่อมกับระบบกริดไฟฟ้าโดยใช้พื้นที่น้อย วางโครงสร้างและติดตั้งง่าย จึงเหมาะกับธุรกิจที่มีลานจอดรถไม่ใหญ่มาก เช่น อาคารสำนักงานขนาดกลาง หรือร้านค้าทั่วไป

โรงจอดรถแบบสองแถว (Double Row Carport)

สามารถรองรับช่องรถยนต์ได้สองแถวด้วยโครงสร้างหลังคาเดียว โดยส่วนใหญ่เป็นลักษณะที่รถยนต์จอดรถหันหลังให้กัน ซึ่งหลังคาจะยื่นออกจากเสาตรงกลางไปด้านหน้าและหลัง เหมาะกับพื้นที่กว้างอย่างห้างสรรพสินค้าหรือโรงงานขนาดใหญ่ และยังแบ่งย่อยได้อีก 3 รูปแบบ ได้แก่

โครงสร้าง ลักษณะเด่น จุดเด่นด้านการใช้งาน
Mono-Pitch Canopy หลังคาลาดเอียงระนาบเดียวกันทั้งหมด บังแดดได้ดี ก่อสร้างง่าย ต้นทุนต่ำ
Duo-Pitch Canopy หลังคาแยกสองฝั่งเอียงเข้าหากันคล้ายหุบเขาหรือปีกผีเสื้อ มีช่องว่างตรงกลางระหว่างสองฝั่ง ช่องว่างระบายน้ำฝนดี มักพบเห็นบ่อยตามลานจอดกลางแจ้งของห้างสรรพสินค้า
Barrel-Arch Canopy หลังคาโค้งทรงกระบอก โดยมีมุมเอียงต่างกันในแต่ละจุด รูปทรงโค้งช่วยลดปัญหาเงาบดบังจากมุมเอียงที่พบในหลังคาเรียบ

ทั้งนี้ การเลือกโครงสร้างหลังคาให้เหมาะกับพื้นที่ ต้องไม่เพียงคำนึงถึงแค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ต้องรวมไปถึงประสิทธิภาพการผลิต เพราะมุมและทิศทางของแผงในแต่ละโครงสร้างรับแสงได้ไม่เท่ากัน โดยเฉพาะเวลาที่โครงสร้างซับซ้อนและมีความเสี่ยงเรื่องเงาบดบังมากกว่าปกติ

ข้อดี-ข้อเสีย และปัจจัยควรพิจารณาก่อนติดตั้ง Solar Carport

ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรทำความเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัดของ Solar Carport ให้รอบด้าน ดังนี้

ข้อดีของ Solar Carport ต่อธุรกิจ

  • ประหยัดค่าไฟระยะยาว - ลดค่าไฟได้ชัดเจนโดยเฉพาะในอาคารหรือสถานที่ที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณมากในช่วงเวลากลางวัน อีกทั้งยังมีระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ย 3-5 ปี เทียบเท่ากับการติดตั้งโซล่าร์ตามปกติ
  • ปกป้องรถยนต์จากแสงแดดและฝน - แน่นอนว่า Solar Carport เป็นทั้งจุดติดตั้งแผงโซล่าร์และหลังคาช่วยบังแดดและกันฝนให้กับรถยนต์ที่จอดอยู่
  • รองรับแสงแดดได้สองด้าน - Solar Caport สามารถติดตั้งแผงแบบสองหน้า (Bi-facial) รับแสงแดดได้ทั้งสองด้าน คือด้านบน และด้านล่างที่รับแสงสะท้อนจากพื้นหรือ Albedo Effect ซึ่งสามารถผลิตพลังงานได้มากกว่า เมื่อเทียบกับ Solar Rooftop ที่รับแสงโดยตรงเพียงด้านเดียว
  • เพิ่มพื้นที่ใช้สอย โดยไม่รบกวนโครงสร้างหลักของอาคาร - ธุรกิจสามารถติดตั้ง Solar Carport บนพื้นที่หลังคาลานจอดรถที่มีอยู่แล้ว โดยไม่ต้องดัดแปลงหรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างของอาคาร อีกทั้งยังทำให้ใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น
  • รองรับการใช้งาน EV Charger ในอนาคต - โครงสร้างหลังคา Solar Carport สามารถออกแบบให้เชื่อมต่อกับระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้ในอนาคต ตอบโจทย์เทรนด์การใช้รถ EV ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
  • ส่งเสริมภาพลักษณ์ธุรกิจที่ยั่งยืน - การเลือกติดตั้ง Solar Carport ที่ทั้งผู้ใช้สถานที่และผู้มาติดต่อสามารถมองเห็นได้ แสดงถึงความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานสะอาด สร้างความประทับใจให้ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ

ข้อเสียและข้อจำกัดของ Solar Carport

  • ต้นทุนก่อสร้างสูงกว่า - ต้นทุนก่อสร้างโครงสร้าง Solar Carport มักสูงกว่าโซล่ารูฟท็อป อันเนื่องจากการก่อสร้างโครงสร้างหลังคา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น เหล็กเสาหลังคา อุปกรณ์จับยึด สายไฟ ท่อสายไฟ นอกจากนี้ ต้องออกแบบเสาและคานให้รับน้ำหนักแผงและแรงลมได้อย่างปลอดภัย จึงส่งผลให้ค่าวัสดุและค่าแรงสูงขึ้นไปด้วยนั่นเอง
  • ขั้นตอนติดตั้งที่ซับซ้อน - การติดตั้งโซล่าคาร์พอร์ตต้องอาศัยการออกแบบโครงสร้างหลังคาเฉพาะทาง ตั้งแต่การสำรวจดินเพื่อวางฐานเสา การติดตั้งโครงเหล็ก ไปจนถึงการเดินสายไฟและติดตั้งแผงบนโครงสร้างหลังคา ซึ่งอาศัยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ อุปกรณ์เฉพาะทาง และอาจใช้เวลานาน
  • ลานจอดรถต้องเป็นพื้นที่โล่ง - การออกแบบโซล่าคาร์พอร์ตที่มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีพื้นที่โล่งเพียงพอสำหรับวางโครงสร้างเสาและคาน โดยต้องเว้นระยะห่างที่เหมาะสมเพื่อให้รถเข้า-ออกได้สะดวกและปลอดภัย หากพื้นที่จอดรถเดิมมีสิ่งกีดขวางหรือพื้นที่จำกัด อาจต้องปรับปรุงพื้นที่ก่อนติดตั้ง ซึ่งเพิ่มความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการเตรียมพื้นที่

ก่อนติดตั้งโซล่าร์แบบ Solar Carport แนะนำให้ตรวจสอบปัจจัยเหล่านี้ให้ครบถ้วนก่อน

  1. ขนาดและพื้นที่ลานจอดรถ - ต้องพอเหมาะกับการติดแผง พร้อมคำนึงถึงทิศทางแสงแดดและการออกแบบโครงสร้าง
  2. ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของธุรกิจ - วิเคราะห์รูปแบบการใช้ไฟในแต่ละช่วงเวลา เพื่อออกแบบขนาดระบบให้พอดีกับความต้องการจริง ไม่ใหญ่เกินไปจนสิ้นเปลือง ไม่เล็กเกินไปจนไม่พอใช้
  3. กฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่น - ตรวจสอบเรื่องการขออนุญาตก่อสร้างและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าให้ชัดเจน ทั้งนี้ในปัจจุบัน การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาที่มีน้ำหนักรวมไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ไม่ต้องขอใบอนุญาตดัดแปลงอาคาร (อ.1) และไม่ต้องแจ้งท้องถิ่น
  4. สภาพภูมิอากาศและแดดในพื้นที่ - เพื่อตรวจสอบข้อมูลความเข้มข้นของแสงแดดในพื้นที่ติดตั้ง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการผลิตไฟฟ้า และระยะเวลาคืนทุน
  5. คุณภาพอุปกรณ์ - แนะนำให้เลือกแผงโซล่าเซลล์ รวมถึงอุปกรณ์ในระบบอย่างอินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี่ ฯลฯ ที่มีคุณภาพและการรับประกันจากแบรนด์ผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ

Solar Carport เหมาะกับใคร ธุรกิจแบบไหนได้ประโยชน์สูงสุด?

คุณสมบัติของ Solar Carport สามารถตอบโจทย์ธุรกิจได้หลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะธุรกิจหรืออาคารที่มีพื้นที่จอดรถขนาดใหญ่ เช่น

  • ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และศูนย์การค้า - มักมีลานจอดรถขนาดใหญ่ที่รองรับลูกค้าจำนวนมาก Solar Carport จึงช่วยลดค่าไฟพร้อมสร้างความร่มเงาให้ลูกค้าที่มาจอดรถ หรือเพิ่มความสะดวกสบายด้วยการเชื่อมต่อกับระบบสถานีชาร์จไฟฟ้าให้กับกลุ่มลูกค้าเจ้าของรถ EV
  • อาคารสำนักงาน - อาคารสำนักงานหลายแห่งมีการใช้พลังงานไฟฟ้าในปริมาณสูงตลอดวันทำงาน ทั้งระบบไฟส่องสว่าง เครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์สำนักงานต่างๆ การติดตั้ง Solar Carport จึงเป็นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการผลิตพลังงาน เพื่อลดค่าไฟระยะยาว
  • โรงงานอุตสาหกรรม - โรงงานอุตสาหกรรมเป็นกลุ่มธุรกิจที่ใช้พลังงานไฟฟ้าสูงในการเดินเครื่องจักรและกระบวนการผลิต การติดตั้งโซล่าคาร์พอร์ตในพื้นที่จอดรถของโรงงานจึงช่วยเสริมแหล่งพลังงานสะอาดให้กับระบบไฟฟ้าโดยรวม
  • โรงเรียนและสถาบันการศึกษา - สถานศึกษาที่มีพื้นที่จอดรถสำหรับอาจารย์ พนักงาน และผู้ปกครอง สามารถติดตั้ง Solar Carport ได้ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดค่าไฟฟ้าของสถาบัน แต่ยังเป็นต้นแบบด้านพลังงานสะอาดให้นักเรียนนักศึกษาได้เรียนรู้ ควบคู่ไปกับการใช้งานจริง
  • โรงพยาบาลและสถานพยาบาล - สถานพยาบาลเป็นสถานที่ที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับอุปกรณ์การแพทย์และดูแลผู้ป่วย ดังนั้นการติดตั้ง Solar Carport บนพื้นที่จอดรถจึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานได้ดี

นอกจากนี้ Solar Carport ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์องค์กรในสายตาพนักงาน พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้เช่าอาคารที่กำลังให้ความใส่ใจด้าน ESG มากขึ้นต่อเนื่อง

Solar Carport ราคาเท่าไหร่? คุ้มไหมที่จะติดตั้ง?

ต้นทุนการติดตั้ง Solar Carport นั้นไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาดโครงสร้าง จำนวนแผงโซล่าเซลล์ สเปกของอุปกรณ์ในระบบ (อินเวอร์เตอร์, แบตเตอรี่ BESS) รวมถึงงานระบบและการปรับพื้นที่ ดังนั้น อาจมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลายล้านบาท

Solar Carport คุ้มไหม

หากธุรกิจมีพื้นที่จอดรถกลางแจ้ง มีการใช้ไฟฟ้าจำนวนมากในช่วงเวลากลางวัน อาจช่วยลดค่าไฟได้ตั้งแต่ 30–70% และอาจคืนทุนได้ภายใน 3-5 ปี ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมพิจารณาต้นทุนการติดตั้งและขนาดพื้นที่ที่มีสำหรับติดตั้ง Solar Carport ร่วมด้วย

สรุป สำหรับธุรกิจหรือองค์กรที่มีพื้นที่ลานจอดรถขนาดใหญ่ มีการใช้ไฟฟ้าในปริมาณสูง หรือกำลังมองหาวิธีลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว การติดตั้ง Solar Carport ถือเป็นทางเลือกที่น่าพิจารณาอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน 20-25 ปีแล้ว ยังใช้ประโยชน์จากพื้นที่ลานจอดรถที่มีอยู่เดิมได้อย่างคุ้มค่า โดยไม่ต้องเสียพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับการผลิตไฟฟ้าแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เพื่อให้ระบบ Solar Carport ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรพิจารณาเลือกอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานควบคู่กันไปด้วย อย่าง SolarEdge Power Optimizer ที่ช่วยบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าของแต่ละแผงโซล่าเซลล์แยกจากกัน ทำให้ระบบโดยรวมผลิตไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพ แม้แผงบางจุดจะมีเงาบังหรือสภาพแสงไม่สม่ำเสมอก็ตาม

ด้วยข้อดีทั้งในด้านการลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว การใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า และการเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม Solar Carport จึงเป็นการลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้งในมุมของความคุ้มค่าทางธุรกิจและความยั่งยืนด้านพลังงานในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

รู้จักโซลูชันจาก SolarEdge ที่ช่วยยกระดับ Solar Carport

จุดที่ทำให้ Solar Carport เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดคือ เรื่องการบังแสงบางส่วน (Partial Shading) ที่เกิดขึ้นบ่อย เนื่องจากลานจอดรถมักมีเงาจากอาคาร หรือต้นไม้บริเวณใกล้เคียงบดบัง หากใช้สตริงอินเวอร์เตอร์ทั่วไป แผงเดียวที่ถูกบังแสงจะฉุดประสิทธิภาพของแผงทั้งสตริงลงไปด้วย

ทั้งนี้ ธุรกิจสามารถจบปัญหาดังกล่าวได้ด้วย SolarEdge Power Optimizer ที่ติดตั้งคู่กับแผงโซล่าเซลล์แต่ละแผง โดยมีฟีเจอร์เด่น ดังนี้

  • Module-Level MPPT - แยกการทำงานของแต่ละแผงโซล่าเซลล์อย่างอิสระ ดึงพลังงานสูงสุดจากแต่ละแผงออกมาได้เต็มศักยภาพ ช่วยให้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์คนละทิศทาง คนละมุม หรือต่างระนาบกันได้ โดยไม่สูญเสียประสิทธิภาพ ลดปัญหาการบดบังแสงบางส่วนบนแผงที่อาจเกิดขึ้นจากเงาต้นไม้ หรือเงาอาคาร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของระบบได้สูงสุดถึง 99.5%
  • เทคโนโลยีความปลอดภัย SafeDC™ - ลดแรงดันไฟฟ้าที่ตัวแผงให้ปลอดภัยต่อการสัมผัสโดยอัตโนมัติ เมื่ออินเวอร์เตอร์หยุดทำงาน หรือระบบไฟฟ้าดับ พร้อมทำงานร่วมกับระบบ Rapid Shutdown(RSD) ตามมาตรฐาน วสท. เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้อยู่อาศัย ช่างซ่อมบำรุง และนักดับเพลิงในกรณีฉุกเฉิน
  • เทคโนโลยี Sense Connect - ตรวจจับความร้อนและอุณหภูมิที่ผิดปกติบริเวณขั้วต่อสายไฟ (Connector) แบบเรียลไทม์ และตัดการทำงานทันทีเมื่อเกิดอาร์ค ป้องกันการเกิดประกายไฟและอัคคีภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เชื่อมต่อซอฟต์แวร์มอนิตอริ่ง SolarEdge ONE for C&I - เชื่อมต่อข้อมูลรายแผงเข้ากับแพลตฟอร์ม SolarEdge ONE for C&I ผ่านอินเวอร์เตอร์ เจ้าของไซต์สามารถตรวจสอบสถานะการทำงานของระบบได้แบบ Real-Time ช่วยให้ผู้ดูแลระบบมองเห็นประสิทธิภาพการทำงานรายแผง วิเคราะห์ปัญหา ควบคุมระบบกักเก็บพลังงาน และจัดการการบำรุงรักษา (O&M) ได้อย่างแม่นยำ

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ Power Optimizer จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Solar Carport จาก SolarEdge สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับความปลอดภัยและความสะดวกในการดูแลรักษาในระยะยาว

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Power Optimizer ได้ที่นี่

เกี่ยวกับ SolarEdge Technologies

SolarEdge Technologies เป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน โดยใช้วิศวกรรมและนวัตกรรมระดับโลกในการพัฒนาโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับกลุ่มลูกค้าในภาคที่อยู่อาศัย ภาคพาณิชย์ และภาคสาธารณูปโภค SolarEdge นำเสนอโซลูชันที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับการผลิต การจัดเก็บ การจัดการ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ พัฒนาและผลิตทั้งอินเวอร์เตอร์โซล่าเซลล์ Power Optimizer ระบบจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ระบบจัดเก็บพลังงาน และบริการโครงข่ายไฟฟ้า

เทคโนโลยี DC-Optimized ของ SolarEdge ถูกติดตั้งในบ้านหลายล้านหลังในกว่า 140 ประเทศ และมากกว่า 50% ของบริษัท Fortune 100 มีการใช้งานเทคโนโลยีของ SolarEdge บนหลังคาของพวกเขา SolarEdge มีบทบาทสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงข่ายพลังงานแบบกระจายที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีบริการหลังการขายที่ครอบคลุม เพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งเจ้าของบ้านและภาคธุรกิจ และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ให้การรับประกันที่ยาวนานที่สุดในตลาดอีกด้วย

ติดต่อเรา

กรอกแบบฟอร์ม คลิก

LINE Official: SolarEdge Thailand

ติดตามข่าวสารใหม่ๆ จาก SolarEdge

Instagram: @solaredgepv

บทความที่เกี่ยวข้อง