อยากติดโซล่าเซลล์บ้าน ต้องรู้ 6 ข้อควรคำนึงนี้ก่อน!
ในยุคแห่งเทคโนโลยีนี้ เชื่อว่าเจ้าของบ้านสมัยใหม่ รวมถึงหลายคนที่กำลังอยู่ในช่วงวางแผนซื้อหรือต่อเติมบ้าน อาจกำลังพิจารณาติดโซล่าเซลล์บ้านกันอยู่ เพราะระบบโซล่าเซลล์เป็นตัวช่วยประหยัดค่าไฟได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในระยะยาวที่จะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างบ้านที่ไม่ติดแผงโซล่าเซลล์ได้อย่างชัดเจน
สำหรับใครที่กำลังวางแผนติดตั้งโซล่าเซลล์ ไม่ว่าจะเป็นระบบออนกริดหรือระบบอื่นๆ แน่นอนว่ามีข้อควรคำนึงมากมายที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบโซล่าเซลล์จะมีประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานสูงสุด และคุ้มค่าต่อการลงทุน
1. ความพร้อมของพื้นที่บ้าน
เมื่อมีแผนติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ใช้ในบ้าน อันดับแรก ควรทำการสำรวจความพร้อมของส่วนต่างๆ ของบ้าน เพื่อพิจารณาว่าสามารถติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้านได้ไหม หรือหากติดตั้งแล้วจะเกิดปัญหาอะไรหรือเปล่า โดยมีข้อควรพิจารณาสำคัญ คือ
-
ความแข็งแรงของหลังคา
โดยทั่วไป แผ่นโซล่าเซลล์ 1 แผ่นจะมีขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 1×2 เมตร น้ำหนัก 22 กิโลกรัม ไปจนถึงขนาด 1.5×2.5 เมตร น้ำหนัก 38 กิโลกรัมโดยประมาณ ฉะนั้นควรสำรวจว่าวัสดุที่ใช้ปูหลังคาแข็งแรงดีไหม หลังคาส่วนใดมีรอยแตกร้าว หรือรอยรั่วไหม หากมี ก็ควรซ่อมแซมหรือรีโนเวทใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้หลังคาเสียหายจากการรับน้ำหนักเกิน
-
รูปทรงของหลังคาบ้าน
รูปทรงของหลังคาบ้านแต่ละแบบล้วนมีผลต่อระบบโซล่าเซลล์ โดยเฉพาะการติดตั้งแผง โดยทรงหลังคาที่พบได้ทั่วไป ได้แก่
-
หลังคาทรงจั่ว - เป็นหลังคาสองด้านที่นิยมในประเทศไทย เพราะระบายความร้อนได้ดี หลังคาทรงนี้สามารถใช้ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ได้ทั้งสองด้าน โดยสามารถเลือกทิศใดทิศหนึ่งที่รับแสงมากกว่าเป็นหลัก ทำให้เป็นรูปทรงที่ติดแผงโซล่าได้ง่าย
-
หลังคาปั้นหยา - มีลักษณะลาดเอียงเล็กน้อย มีพื้นที่ 4 ทิศทาง สามารถติดตั้งแผงโซล่าได้ในทุกด้าน ทั้งนี้ หากติดตั้งจำนวนไม่มาก ควรเลือกเพียงหนึ่งถึงสองทิศที่ได้รับแสงมากกว่า
-
หลังคาเพิงแหงน - เป็นทรงหลังคาที่มีพื้นที่เยอะและหน้ากว้าง มีความลาดเอียงไปทางเดียว สามารถติดแผงโซล่าเซลล์ได้ในทิศเดียวกันทั้งหลังคา
-
ทิศทางที่เหมาะสมสำหรับติดตั้งแผงโซล่าเซลล์
นอกจากรูปทรงหลังคา ทิศทางก็มีผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพการผลิตพลังงานของโซล่ารูฟ โดยในประเทศไทยนั้นดวงอาทิตย์จะขึ้นทางด้านทิศตะวันออกและอ้อมไปทางทิศใต้ ฉะนั้นทิศใต้จะเป็นทิศที่ได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน จึงเหมาะกับการติดแผงโซล่าเซลล์เป็นที่สุด ส่วนทิศตะวันออกและตะวันตก มักจะได้รับแสงแดดในช่วงเช้าถึงเที่ยงวัน ซึ่งอาจมีปริมาณน้อยกว่าแสงแดดที่ได้รับในทิศใต้อย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผลิตพลังงานได้น้อยลง ส่วนทิศเหนือนับเป็นทิศที่ได้รับแสงแดดน้อยที่สุด จึงเป็นทางเลือกสุดท้าย
2. พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าบ้าน
ข้อต่อมาที่ควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วน คือ พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าบ้าน โดยแต่ละบ้านมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่แตกต่างกันออกไป แนะนำให้ลองสำรวจดูว่า แต่ละเดือนใช้ไฟฟ้าอยู่ที่เท่าไหร่ เน้นใช้ในตอนกลางวันหรือกลางคืนเป็นหลัก จึงจะสามารถประเมินได้ว่า ควรเลือกติดโซล่าเซลล์ขนาดเท่าไหร่ ควรใช้โซล่าเซลล์ออนกริด (On Grid) หรือระบบอื่น แล้วต้องมีอุปกรณ์เสริม เช่น แบตเตอรี่โล่าเซลล์หรือตัวสำรองไฟฟ้า (Backup) ไหม และจะมีจุดคุ้มทุนอยู่ที่กี่ปี
ทั้งนี้ เจ้าของบ้านสามารถสำรวจคร่าวๆ จากบิลค่าไฟแต่ละเดือนเบื้องต้น และควรให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาประเมินหน้างานอีกทีหนึ่ง
3. คุณภาพของอุปกรณ์ระบบโซล่าเซลล์
การลงทุนในระบบโซลาร์เซลล์เป็นการลงทุนระยะยาว ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่ตัดสินถึงความคุ้มค่านั้นขึ้นอยู่กับการเลือกอุปกรณ์ที่มีคุณภาพเหมาะสมจากแบรนด์ผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ ตั้งแต่แผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ ไปจนถึงแบตเตอรี่โซล่าเซลล์ โดยมีรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้
แผงโซลาร์เซลล์ (Solar Panels)
แผงโซลาร์เซลล์คืออุปกรณ์สำคัญในการผลิตไฟฟ้า ดังนั้นการเลือกแผงที่มีคุณภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ควรพิจารณา โดย แผงโซลาร์เซลล์นั้นสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
- แผงโมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline) - ทำจากผลึกซิลิคอนบริสุทธิ์ มีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูงที่สุด โดยแผงมีสีดำเข้มสม่ำเสมอ เป็นชนิดที่นิยมสูงสุดในตลาด เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ผลิตและใช้มากที่สุด ในปัจจุบันจึงมีราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น
- แผงโพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline) - ทำจากผลึกซิลิคอนหลายชิ้น มีประสิทธิภาพรองลงมาจากแผงโมโนคริสตัลไลน์ เนื่องจากความบริสุทธิ์ต่ำกว่า เป็นที่นิยมมากในสมัยก่อนเนื่องจากต้นทุนการผลิตต่ำ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีแสงแดดจัดตลอดวัน แผงมีลัษณะเป็นสีน้ำเงินเข้ม แต่ปัจจุบันแผงโมโนคริสตัลไลน์เป็นที่นิยมกว่าและราคาเข้าถึงง่ายขึ้น จึงทำให้แผงโพลีคริสตัลไลน์ถูกนำมาใช้งานน้อยลง
- แผงฟิล์มบาง (Thin Film) - ทำจากวัสดุกึ่งตัวนำประเภทต่างๆ แผ่นไม่ใหญ่ มีประสิทธิภาพสูงมาก นิยมใช้ในสมัยก่อน แต่เทคโนโลยีไม่มีการพัฒนาต่อ จึงไม่เป็นที่นิยมในการใช้งานอีกต่อไป
นอกจากประเภทแผง ควรคำนึงถึงกำลังวัตต์ของแผงที่เหมาะสมกับพื้นที่และงบประมาณที่มี รวมไปถึงการรับประกันจากผู้ผลิต ซึ่งเป็นเสมือนเครื่องยืนยันถึงคุณภาพของแผง และป้องกันในกรณีที่แผงโซล่าเซลล์มีปัญหา
อินเวเตอร์ (Inverter)
อินเวอร์เตอร์ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์ให้กลายเป็นกระแสสลับ (AC) เพื่อใช้งานภายในสถานที่ และยังมีบทบาทสำคัญในการลดการสูญเสียพลังงานที่เกิดขึ้นระหว่างการแปลงกระแสไฟฟ้าอีกด้วย
ซึ่งอินเวอร์เตอร์คุณภาพดีจะมีประสิทธิภาพในการแปลงไฟฟ้าสูง ทำให้ระบบสูญเสียพลังงานน้อยลง โดยในปัจจุบันมีประเภทอินเวอร์เตอร์ให้เลือกใช้ คือ String Inverter, Microinverter และ Power Optimizer
| ประเภทอินเวอร์เตอร์ | ข้อดี | ข้อเสีย | ความเหมาะสม |
| String Inverter | ราคาถูก, ติดตั้งง่าย, เหมาะกับระบบขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่แดดสม่ำเสมอ | ประสิทธิภาพรวมลดลงหากแผงใดแผงหนึ่งถูกเงาบดบัง เสื่อมสภาพมากกว่าแผงอื่น และตรวจสอบรายแผงไม่ได้ | โรงงาน ระบบหรือพื้นที่ไซต์ขนาดใหญ่ที่ไม่มีปัญหาเรื่องเงาบัง |
| Microinverter | ประสิทธิภาพสูง ไม่ได้รับผลกระทบจากเงาบัง ติดตั้งและขยายระบบได้ง่าย | ราคาสูง เหมาะกับระบบขนาดเล็ก รองรับแผงได้แค่บางรุ่น | หลังคาที่มีปัญหาเงาบัง หรือมีหลาย Slope การติดตั้งระบบตามบ้านเรือน |
| Power Optimizer | ประสิทธิภาพสูงสุด แก้ปัญหาเงาบังได้ดีกว่า และสามารถตรวจสอบรายแผงได้ | ส่วนมากมาเป็นเซตคู่กับอินเวอร์เตอร์ยี่ห้อเดียวกัน แยกไปใช้กับยี่ห้ออื่นไม่ได้ | เหมาะกับหลังคาทุกประเภท ไม่ว่าจะมีหลาย Slope หรือมีเงาบัง |
สุดท้ายนี้ แนะนำให้เลือกแบรนด์อินเวอร์เตอร์ที่มีชื่อเสียงและมีการรับประกันที่เหมาะสม และสามารถขยายการรับประกันได้
แบตเตอรี่
แบตเตอรี่โซล่าเซลล์เป็นส่วนสำคัญในการกักเก็บพลังงานไฟฟ้า ไม่ว่าจะติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ประเภทไหนก็ตาม โดยควรเลือกขนาดความจุของแบตเตอรี่ (kWh) ให้เหมาะสมกับปริมาณไฟฟ้าที่ต้องการสำรองไว้ใช้งานในตอนกลางคืน หรือในยามฉุกเฉิน นอกจากนี้ ควรศึกษาหรือสอบถามเกี่ยวกับการรับประกันจากผู้ผลิตว่า มีการรับประกันยาวนานกี่ปีและมีจำนวนรอบการชาร์จสูงสุดที่เท่าไหร่
4. ผู้ให้บริการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์
การเลือกบริษัทติดตั้งโซล่าเซลล์นั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย เนื่องจากในปัจจุบัน หลายคนหันมาสนใจติดโซล่าเซลล์มากขึ้น ทำให้ในตลาดมีผู้ให้บริการติดตั้งโซล่าเซลล์เพิ่มมากขึ้น หากถามว่าติดโซล่าเซลล์บ้านราคาเท่าไหร่ แต่ละเจ้าก็จะเสนอราคาและงบประมาณติดตั้งโซล่าเซลล์ที่แตกต่างกันไป จึงควรเลือกผู้ให้บริการที่มีการบริการครอบคลุม ตั้งแต่การติดตั้งไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อหลีกเลี่ยงความซับซ้อนในการติดต่อกับผู้ให้บริการหลายๆ เจ้า อีกทั้งควรเลือกบริษัทที่มีชื่อเสียง และมีความเชี่ยวชาญด้านระบบโซล่าเซลล์จริง โดยมีผลงานที่สามารถตรวจสอบได้ สุดท้ายนี้ ผู้ให้บริการควรแนะนำอุปกรณ์โซล่าเซลล์คุณภาพ ได้มาตรฐาน และมีการรับประกันสินค้าร่วมด้วย
5. การยื่นเรื่องของอนุญาตติดตั้งระบบโซล่าเซลล์
หากสำรวจความพร้อมของบ้าน ความต้องการใช้ไฟฟ้า และตัดสินใจได้แล้วว่าต้องการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ ขั้นตอนต่อมา คือการยื่นเรื่องของอนุญาตติดตั้งโซล่าเซลล์กับการไฟฟ้า ทั้งนี้ การขออนุญาตขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ประเภทของระบบโซลาร์เซลล์ สถานที่ติดตั้งที่ต้องผ่านการตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างและความปลอดภัย และขนาดกำลังการผลิต เจ้าของไซต์จำเป็นต้องแจ้งและยื่นเอกสารต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขอนุญาตติดตั้ง โดยเฉพาะบ้านที่ต้องการติดตั้งโซล่าเซลล์ออนกริดและไฮบริด เนื่องจากมีส่วนที่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า
กระบวนการการขออนุญาตติดตั้งโซล่าเซลล์โดยทั่วไปนั้นใช้ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมดประมาณ 2-6 เดือน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเอกสารและการดำเนินการของหน่วยงาน โดยมีขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
-
ขั้นตอนที่ 1: ขออนุญาตดัดแปลงอาคาร
ยื่นขออนุญาตจากหน่วยงานราชการในพื้นที่ เช่น สำนักงานเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล โดยเตรียมเอกสารประกอบด้วย
- แบบคำขออนุญาตก่อสร้างดัดแปลงอาคาร (อ.1)
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
- สำเนาโฉนดที่ดิน
- แบบแปลนโครงสร้างพร้อมวิศวกรโยธาลงนามรับรอง
- หนังสือรับรองวิศวกรผู้ออกแบบ
-
ขั้นตอนที่ 2: แจ้งขอยกเว้นการขอใบอนุญาตจาก กกพ.
สำหรับระบบที่มีกำลังการผลิตไม่เกิน 1,000 กิโลวัตต์ สามารถขอยกเว้นใบอนุญาตได้ แต่ยังต้องแจ้งต่อ กกพ. โดยเตรียมเอกสาร ได้แก่
- แบบคำขอยกเว้น
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
- สำเนาใบอนุญาตก่อสร้าง
- แผนผังแสดงจุดติดตั้งแผงโซล่าเซลล์
-
ขั้นตอนที่ 3: ขออนุญาตเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า
ยื่นขออนุญาตกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด เอกสารที่ต้องใช้ประกอบด้วย
- แบบคำขอเชื่อมต่อ
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
- สำเนาใบเสร็จค่าไฟฟ้า
- ภาพถ่ายการติดตั้งอุปกรณ์
- แบบ Single Line Diagram พร้อมวิศวกรไฟฟ้าลงนามรับรอง
- รายละเอียดทางเทคนิคของอุปกรณ์ที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้า
-
ขั้นตอนที่ 4: การตรวจสอบและเปิดใช้งานระบบ
ชำระค่าบริการต่างๆ และทำสัญญาซื้อขายไฟกับการไฟฟ้า (หากเข้าร่วมโครงการขายไฟคืน) จากนั้นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจะนัดตรวจสอบระบบ เปลี่ยนมิเตอร์เป็นแบบดิจิทัล ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟย้อน และเปิดใช้งานระบบอย่างเป็นทางการ
สำหรับผู้ที่สนใจในโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์บนหลังคา ปัจจุบันมีผู้สนใจยื่นคำขอเข้ามาจำนวนมาก ทำให้ใกล้ถึงขีดจำกัดการรับซื้อไฟฟ้า ซึ่ง กฟภ. ได้รับซื้อไฟฟ้าครบตามเป้าหมายที่ กกพ. กำหนดไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ประกาศปิดรับคำขอขายไฟฟ้าตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทาง กฟภ. จึงขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกคำขอขายไฟฟ้าที่ยื่นผ่านระบบ PPIM จนกว่าภาครัฐจะมีการเพิ่มเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าหรือมีประกาศอื่นที่เกี่ยวข้องออกมาในอนาคต
6. การดูแลรักษาระบบโซล่าเซลล์
หลังจากติดโซล่าเซลล์เสร็จเรียบร้อย ควรคำนึงถึงการดูแลหลังติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ด้วย เริ่มตั้งแต่การทำความสะอาดแผงโซล่าเซลล์จากฝุ่นหรือสิ่งสกปรกที่บดบังแสง การตรวจสอบระบบทั้ง สายไฟ อินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี่ และอื่นๆ ว่าทำงานเป็นปกติ ไม่มีความเสียหายใดๆ พร้อมมีระบบความปลอดภัยในตัว เช่น Rapid Shutdown, AFCI หรือการมอนิตอริ่งตรวจจับการทำงานของระบบโซล่าเซลล์ เป็นต้น เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันหรือลดความเสียหายในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ ควรทำการซ่อมบำรุงระบบโซล่าเซลล์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อยืดอายุการใช้งานระบบให้ยาวนานที่สุด
จะเห็นได้ว่าในการติดโซล่าเซลล์บ้านสักครั้งหนึ่ง มีข้อควรคำนึงมากมาย ดังนั้นเจ้าของบ้านจึงควรไตร่ตรองให้รอบคอบเสมอ ทั้งความพร้อมของพื้นที่ พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของคนในบ้าน บริษัทติดตั้งโซล่าเซลล์ รวมไปถึงการยื่นเรื่องขอติดตั้งและการดูแลรักษา ซึ่งหากพิจารณาอย่างรอบคอบก็จะสามารถเลือกระบบโซล่าเซลล์ที่เหมาะกับตนเอง
ต้องการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์บ้าน เลือกผลิตภัณฑ์โซล่าเซลล์จาก SolarEdge
SolarEdge ได้คิดค้นอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมระบบโซล่าเซลล์ ที่ได้รับความไว้วางใจจากมืออาชีพด้านโซล่าเซลล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นบริษัท เจ้าของบ้าน และผู้ดำเนินธุรกิจโซล่าเซลล์ โดยมีผลงานติดตั้งทั้งที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยมากกว่า 3,000 ไซต์
โดย SolarEdge มีกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับระบบโซล่าเซลล์ที่ครอบคลุม ประกอบไปด้วยเทคโนโลยีล่าสุดที่คิดค้นขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น Inverter, Power Optimizer, Battery, Backup Interface และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งล้วนมีระบบความปลอดภัยที่ครบครัน รวมไปถึงแอป mySolarEdge สำหรับจัดการพลังงานอย่างง่ายดายแค่ปลายนิ้ว
เกี่ยวกับ SolarEdge Technologies
SolarEdge Technologies เป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน โดยใช้วิศวกรรมและนวัตกรรมระดับโลกในการพัฒนาโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับกลุ่มลูกค้าในภาคที่อยู่อาศัย ภาคพาณิชย์ และภาคสาธารณูปโภค SolarEdge นำเสนอโซลูชันที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับการผลิต การจัดเก็บ การจัดการ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทพัฒนาและผลิตอินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์ Power Optimizer ระบบจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ระบบจัดเก็บพลังงาน และบริการโครงข่ายไฟฟ้า
เทคโนโลยี DC-Optimized ของ SolarEdge ถูกติดตั้งในบ้านหลายล้านหลังในกว่า 140 ประเทศ และมากกว่า 50% ของบริษัท Fortune 100 มีการใช้งานเทคโนโลยีของ SolarEdge บนหลังคาของพวกเขา SolarEdge มีบทบาทสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงข่ายพลังงานแบบกระจายที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีบริการหลังการขายที่ครอบคลุม เพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งเจ้าของบ้านและภาคธุรกิจ และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ให้การรับประกันที่ยาวนานที่สุดในตลาดอีกด้วย
ติดต่อเรา
กรอกแบบฟอร์ม คลิก
LINE Official: SolarEdge Thailand
ติดตามข่าวสารใหม่ๆ จาก SolarEdge
Facebook: SolarEdge Technologies Inc.
Instagram: @solaredgepv
X: @SolarEdgePV
LinkedIn: SolarEdge Technologies