Floating Solar คืออะไร พร้อมเปรียบเทียบกับโซล่าร์บนบก
สารบัญ
ที่ดินในปัจจุบันมีราคาซื้อ-ขายสูงขึ้นต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ธุรกิจต่างต้องการประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน ผ่านโซลูชันพลังงานสะอาดอย่างโซล่ารูฟท็อป รวมถึงโซล่าฟาร์มขนาดใหญ่ แต่ด้วยขนาด "พื้นดิน" ที่มีจำกัด ธุรกิจจำนวนมากจึงต้องมองหาทางออกใหม่ๆ ในการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ และหนึ่งในแนวคิดที่เป็นที่พูดถึงมากขึ้น คือ การนำแผงโซล่าเซลล์ไปวางบนผืนน้ำ หรือ Floating Solar ซึ่งถือว่าตอบโจทย์โรงงาน ฟาร์มเกษตร และนิคมอุตสาหกรรมที่มีอ่างเก็บน้ำหรือบ่อน้ำอยู่ในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด
บทความนี้จะพาไปดูว่า Floating Solar คืออะไร ทำงานยังไง มีข้อดี-ข้อเสียแบบไหนบ้าง พร้อมยกตัวอย่างโครงการจริงในไทยที่น่าสนใจ เพื่อให้ธุรกิจที่กำลังคิดจะลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้น
Floating Solar คืออะไร?
Floating Solar หรือ "ระบบโซล่าเซลล์ลอยน้ำ" คือ การนำแผงโซล่าเซลล์ไปติดตั้งบนโครงสร้างที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ แทนการติดตั้งบนพื้นดินหรือหลังคา โดยแหล่งน้ำที่นิยมใช้นั้นมีทั้งอ่างเก็บน้ำ เขื่อน บ่อน้ำในโรงงาน รวมไปถึงพื้นที่ทะเลสาบขนาดใหญ่ ดังนั้น จึงพูดในอีกนัยหนึ่งได้ว่า เป็นการใช้พื้นที่ "ผิวน้ำ" ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์นั่นเอง
ทั้งนี้ ระบบ Floating Solar อาจไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการนำเอาระบบโซล่าเซลล์มาประยุกต์ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางน้ำ ซึ่งต้องเพิ่มองค์ประกอบเฉพาะทางเข้ามาอีกหลายอย่างจากระบบทั่วไป
องค์ประกอบหลักของระบบ Floating Solar
ระบบ Floating Solar นี้ประกอบด้วยชิ้นส่วนสำคัญที่ทำงานร่วมกัน เช่น
- แผงโซล่าเซลล์ (PV Module) - แปลงพลังงานแสงเป็นกระแสไฟฟ้า
- อินเวอร์เตอร์ (Inverter) - แปลงไฟฟ้ากระแสตรงเป็นกระแสสลับ เพื่อนำไปใช้งานกับอุปกรณ์ไฟฟ้า
- ทุ่นลอยน้ำ (Floating Structure) - โครงสร้างรองรับแผงโซล่าเซลล์ให้ลอยอยู่บนน้ำได้อย่างมั่นคง
- ระบบการยึดโยงและการทอดสมอ (Anchoring and Mooring System) - ยึดโครงสร้างไม่ให้ไหลไปตามกระแสน้ำหรือลม
- สายเคเบิ้ล (Cables) - เชื่อมระบบไฟฟ้าจากแผงไปยังอินเวอร์เตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ
- หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) - ปรับกระแสไฟฟ้าและแรงดันให้พร้อมใช้งาน
หลักการทำงานของแผงโซล่าเซลล์บนผิวน้ำ
หลักการทำงานของ Floating Solar มีพื้นฐานไม่ต่างจากโซล่าเซลล์บนดิน โดยแผงจะดูดซับแสงแดดเพื่อแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) แล้วส่งต่อไปยังอินเวอร์เตอร์ซึ่งจะแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ก่อนที่จะนำเอาไปใช้กับระบบไฟฟ้าในสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นไฟส่องสว่าง เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ
สิ่งที่ต่างออกไปจากระบบโซล่าร์ธรรมดา คือ อุปกรณ์ทั้งหมดนั้นตั้งอยู่บนโครงสร้างลอยน้ำ ดังนั้นจึงต้องออกแบบให้ทนต่อความชื้น คลื่นลม และการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตลอดอายุการใช้งาน
ทำไม Floating Solar ถึงได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน
หากสงสัยว่าทำไม Floating Solar ถึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำตอบนั้นอยู่ในปัจจัยและข้อจำกัดต่างๆ เช่น
- ที่ดินหายากและราคาสูงขึ้น - โดยเฉพาะในเขตอุตสาหกรรมหรือพื้นที่ในเมืองที่ราคามีแนวโน้มสูงขึ้นทุกๆ ปี ธุรกิจจึงจำเป็นต้องใช้ต้นทุนจำนวนมากเพื่อนำพื้นที่ดังกล่าวมาใช้ก่อสร้างอาคารและโซล่ารูฟท็อป หรือสร้างโซล่าร์ฟาร์มบนดิน
- มีพื้นที่ผิวน้ำอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ - พื้นที่อุตสาหกรรมและเกษตรกรรมบางแห่งอาจมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ใดๆ ดังนั้น การติดตั้ง Floating Solar จึงถือเป็นทางเลือกลงทุนที่น่าสนใจอย่างมากต่อธุรกิจที่มีพื้นที่น้ำอยู่แล้ว
- ต้นทุนวัสดุและโครงสร้างทุ่นลอยน้ำถูกลง - ในทุกวันนี้วัสดุ โครงสร้าง รวมถึงอุปกรณ์ระบบโซล่าเซลล์นั้นมีราคาที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น ตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การลงทุนในระบบโซล่าเซลล์ลอยน้ำจึงมีความคุ้มค่าต่อธุรกิจ
ด้วยเหตุข้างต้น บริษัทโซล่าเซลล์หลายแห่งทั้งในไทยและต่างประเทศจึงเริ่มขยายบริการออกแบบและติดตั้งโซล่าเซลล์ลอยน้ำกันมากขึ้นนั่นเอง
นอกจากนี้ ธุรกิจในภาคการเกษตรที่มีแหล่งน้ำเป็นทุนเดิม เช่น ฟาร์มปลา นากุ้ง หรือพื้นที่ชลประทาน สามารถนำเอาแนวคิดโซล่าเซลล์เพื่อการเกษตรมาผสมกับ Floating Solar เพื่อใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์ถึงสองต่อ ทั้งผลิตไฟฟ้าและรักษาคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงไปพร้อมกัน ส่วนโรงงานที่มีบ่อน้ำในพื้นที่อยู่แล้ว ถ้านำแนวคิด Floating Solar มาผสานกับแผนติดตั้งโซล่าร์โรงงานก็อาจช่วยเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าได้โดยไม่ต้องขยายพื้นที่บนหลังคาเพิ่มเติม ตอบโจทย์โรงงานที่มีพื้นที่จำกัด
กรณีศึกษา โรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดเขื่อนสิรินธร
ตัวอย่างที่ชัดที่สุดของ Floating Solar ในประเทศไทย แน่นอนว่าต้องเป็น โรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริด ณ เขื่อนสิรินธร จ. อุบลราชธานี ซึ่งถือเป็นโครงการโซล่าเซลล์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย และยังมีชื่อติดอยู่ในกลุ่มโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดขนาดใหญ่ที่สุดของโลกด้วย โดยมีรายละเอียดน่าสนใจ ดังนี้
| รายละเอียดโครงการ | ข้อมูล |
|---|---|
| พื้นที่ติดตั้ง | 750 ไร่ (เทียบเท่าสนามฟุตบอลถึง 70 สนาม) |
| จำนวนแผงโซล่าเซลล์ | มากกว่า 145,000 แผง แบ่งเป็น 7 ชุด |
| กำลังการผลิตไฟฟ้า | 45 เมกะวัตต์ |
| ลดการปล่อย CO2 | ประมาณ 47,000 ตันต่อปี |
| ลดการระเหยของน้ำ | ประมาณ 460,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี |
แม้จะเป็นโครงการขนาดใหญ่ แต่ก็ใช้พื้นที่เขื่อนสิรินธรเพียงไม่ถึงร้อยละ 1 ของพื้นที่อ่างเก็บน้ำ จึงไม่กระทบต่อพื้นที่ทางการเกษตร อีกทั้งยังมีค่าไฟฟ้าในอัตราที่ต่ำ เนื่องจากเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่บนพื้นที่ผิวน้ำของเขื่อน กฟผ. (Economy of Scale) ซึ่งสามารถลดต้นทุนค่าที่ดินและใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
กรณีศึกษา โครงการ "RSU X SP GROUP GO GREEN"
โครงการ "RSU X SP GROUP GO GREEN" เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยรังสิต (RSU) และบริษัท เอสพี กรุ๊ป (SP Group) ในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอาคารภายในมหาวิทยาลัย เพื่อยกระดับสถาบันสู่การเป็น "มหาวิทยาลัยสีเขียว" (Green University) ที่สำคัญ ทาง SP Group ได้เลือกใช้เทคโนโลยีจาก SolarEdge ทั้งอินเวอร์เตอร์ และ Power Optimizer ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของแผงโซลาร์แต่ละแผงแบบอิสระ พร้อมทั้งมีระบบมอนิเตอร์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สามารถติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลการผลิตไฟฟ้าได้แบบเรียลไทม์
โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลง 1,400 ตันต่อปี และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดให้ได้ถึง 21% ของปริมาณการใช้พลังงานทั้งหมด ของมหาวิทยาลัยฯ และเป็นต้นแบบด้านความยั่งยืนให้แก่นักศึกษาและบุคลากรได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีพลังงานทดแทนอย่างเป็นรูปธรรม
Floating Solar มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร? รู้ก่อนตัดสินใจลงทุน
ก่อนจะลงทุนในระบบโซล่าเซลล์ลอยน้ำ ธุรกิจควรทำความเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัดให้ครบถ้วน เพื่อประเมินได้ว่าระบบดังกล่าวเหมาะกับสถานการณ์หรือสถานที่มากน้อยแค่ไหน โดยสามารถสรุปข้อดี-ข้อเสียของ Floating Solar ได้ดังนี้
ข้อดีของการติดตั้ง Floating Solar
- ประหยัดพื้นที่บนดิน - ธุรกิจสามารถติดตั้ง Floating Solar บนผิวน้ำ ในขณะที่สามารถใช้พื้นที่ดินเพื่อประโยชน์ใช้สอยในด้านอื่นๆ
- เพิ่มประสิทธิภาพของแผง - ความเย็นที่ลอยขึ้นจากผิวน้ำมีส่วนช่วยทำให้อุณหภูมิของแผงลดลง จึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับแผงโซล่าเซลล์ที่อยู่บนบก
- ลดการระเหยของแหล่งน้ำ - แผงและโครงสร้างลอยน้ำช่วยคลุมผิวน้ำ จึงลดการสูญเสียน้ำจากการระเหยได้ในระดับหนึ่ง
- ลดการเจริญเติบโตของสาหร่าย (Algae Blooms) - แผงบดบังแสงแดดที่ลงไปสู่ใต้น้ำ ส่งผลให้ช่วยลดการเจริญเติบโตของสาหร่าย ที่เป็นเหตุทำให้น้ำเสียหรือน้ำเขียว
- เสริมภาพลักษณ์ธุรกิจด้านความยั่งยืน - การลงทุนในระบบโซล่าเซลล์ลอยน้ำหรือในลักษณะอื่นๆ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์องค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ข้อควรพิจารณาและข้อจำกัดของ Floating Solar
- ต้นทุนติดตั้งสูงกว่า - เพราะต้องใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่ทนทานต่อความชื้นจากน้ำ รวมถึงการออกแบบโครงสร้างทุ่นลอยน้ำที่ซับซ้อนกว่า
- โครงสร้างซับซ้อน - เนื่องจากต้องคำนึงถึงคลื่นลม การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ และความแข็งแรงของโครงสร้าง รวมถึงอายุการใช้งานของอุปกรณ์ในระยะยาว
- การบำรุงรักษาที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ - ธุรกิจต้องอาศัยบริษัทโซล่าเซลล์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการติดตั้งและบำรุงรักษา
- ไม่เหมาะกับแหล่งน้ำที่ไม่เสถียร - หากแหล่งน้ำมีคลื่นลมแรงหรือระดับน้ำเปลี่ยนแปลงบ่อย อาจมีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อความมั่นคงของระบบ
Floating Solar ดีกว่า Solar บนบกหรือไม่
ในแง่ของประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า หลายธุรกิจอาจสงสัยว่า Floating Solar ดีกว่า Solar บนบกหรือไม่คำตอบ คือ ทั้งสองระบบนั้นมีข้อเปรียบที่แตกต่างกันไป ซึ่งข้อได้เปรียบสำคัญของ Floating Solar อยู่ที่ "อุณหภูมิ" เนื่องจากแผงโซล่าเซลล์ทั่วไปจะมีประสิทธิภาพลดลงเมื่ออุณหภูมิของแผงสูงเกินไป แต่เมื่อแผงอยู่บนผิวน้ำ ความเย็นจากผิวน้ำสามารถช่วยระบายความร้อนได้ดีกว่า โดยสามารถสรุปปัจจัยข้อแตกต่างที่สำคัญได้ ดังนี้
| ปัจจัย | Floating Solar | Solar บนบก |
|---|---|---|
| ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า | สูงกว่าราว 8-10% เพราะน้ำช่วยระบายความร้อน | ตามมาตรฐานทั่วไป หรืออาจลดลงในวันที่อากาศร้อนจัด |
| การใช้พื้นที่ | ใช้พื้นที่ผิวน้ำที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อื่น | ต้องใช้พื้นที่ดินหรือหลังคาโดยตรง |
| ต้นทุนการติดตั้ง | สูงกว่า เพราะต้องมีโครงสร้างทุ่นลอยน้ำ และอุปกรณ์ต่างๆ ทนต่อสภาพแวดล้อม | ต่ำกว่า ใช้โครงสร้างมาตรฐานทั่วไป |
| การบำรุงรักษา | ซับซ้อนกว่า ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง | ง่ายกว่า เข้าถึงพื้นที่ได้สะดวก โดยเฉพาะแผงโซล่าเซลล์บนพื้นดิน |
| ผลพลอยได้ | ลดการระเหยของน้ำ ลดการเกิดสาหร่าย | ไม่มีผล |
| ความเสี่ยงระบบไฟฟ้า | สูงกว่า หากติดตั้งจุดเชื่อมต่อผิดพลาด เข้าสายไม่แน่น หรือใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ความชื้นสะสม ซึ่งเสี่ยงต่อไฟฟ้ารั่ว ไฟช็อต และการอาร์คของกระแสไฟ | ต่ำกว่า ไฟฟ้ารั่วไหลลงดิน (Ground Fault) ตรวจสอบและตัดไฟได้ง่าย แต่อาจมีความเสี่ยงด้านอัคคีภัย หากเลือกใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้คุณภาพ หรือขาดการบำรุงรักษา |
จากตารางจะเห็นว่าแต่ละระบบมีจุดเด่นคนละแบบ สำหรับธุรกิจที่มีพื้นที่หลังคาเพียงพอ การติดตั้งโซล่ารูฟท็อปอาจง่ายและคุ้มค่ากว่าในระยะสั้น แต่หากมีพื้นที่จำกัด หรือมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่อยู่แล้ว Floating Solar ก็เป็นคำตอบที่เหมาะสมกว่า สุดท้ายแล้วการเลือกลงทุนนั้นขึ้นอยู่กับบริบทพื้นที่ งบประมาณ และเป้าหมายของแต่ละธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ในด้านความปลอดภัย การปฎิบัติงานสำหรับโซล่าร์แบบลอยน้ำมีความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงานมากกว่า หากใช้เทคโนโลยีอย่าง SolarEdge เข้ามาช่วย Monitoring รายแผงทำหน้าที่แทนผู้ปฏิบัติงาน หรือลดการตามหาจุดเกิดเหตุได้ ทำให้ใช้เวลาหน้างานน้อยลง ก็จะทำให้ผู้ปฏิบัติงานปลอดภัยได้ยิ่งกว่า
โซลูชันโซล่าเซลล์อัจฉริยะจาก SolarEdge เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย Floating Solar
การลงทุนในโครงการ Floating Solar ไม่ใช่แค่เลือกโครงสร้างทุ่นลอยน้ำที่แข็งแรง แต่การเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทนทานและปลอดภัยก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะสภาพแวดล้อมทางน้ำมีความชื้นสูงและมีความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจรมากกว่าติดตั้งบนบก SolarEdge จึงพัฒนาเทคโนโลยีที่ออกแบบมาให้รับมือกับทุกสภาพแวดล้อม
เทคโนโลยีความปลอดภัย SafeDC™ และ Sense Connect
ความท้าทายหนึ่งของโครงการ Floating Solar คือความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจรและการเกิดอาร์ค (Arc) จากความชื้นที่อาจนำไปสู่อัคคีภัย ดังนั้น SolarEdge จึงพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัย ดังนี้
- SafeDC™ - เทคโนโลยีลดแรงดันไฟฟ้าที่ตัวแผงให้ปลอดภัยต่อการสัมผัสโดยอัตโนมัติ เมื่ออินเวอร์เตอร์หยุดทำงานหรือเมื่อปิดระบบเพื่อซ่อมบำรุง พร้อมทำงานร่วมกับระบบ Rapid Shutdown(RSD) ตามมาตรฐาน วสท. เพื่อความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ปฏิบัติงานที่ต้องเข้าไปตรวจสอบระบบในพื้นที่ผิวน้ำ
- Sense Connect - ฟีเจอร์ความปลอดภัยอัจฉริยะที่ทำหน้าที่ตรวจจับความร้อนผิดปกติบริเวณขั้วต่อสายไฟของ Power Optimizer แบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันการเกิดประกายไฟ และลดความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัย ซึ่งตอบโจทย์ Floating Solar อย่างมาก เนื่องจากการซ่อมบำรุงเหนือน้ำนั้นมีความซับซ้อนและมักใช้เวลานาน
การมอนิเตอร์ระยะไกลด้วย SolarEdge ONE for C&I
อีกความท้าทายของ Floating Solar คือการเข้าถึงพื้นที่เพื่อตรวจสอบระบบ เพราะแผงอยู่บนน้ำ การส่งทีมงานเข้าไปทุกครั้งที่มีปัญหาจึงยุ่งยากและมีต้นทุนสูงกว่าดูแลระบบบนบกมาก แพลตฟอร์ม SolarEdge ONE for C&I จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของไซต์ โดยมีฟีเจอร์เด่น ได้แก่
- Digital Twin: จำลองพื้นที่ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์เป็นภาพ 3 มิติ พร้อมแสดงผลข้อมูล สถานะอินเวอร์เตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ แบบเรียลไทม์เพื่อตรวจสอบความผิดปกติ
- ควบคุมและตั้งค่าระยะไกล: ปรับค่าอินเวอร์เตอร์หรือตั้งค่าระบบกริดได้จากระยะไกล พร้อมระบบบันทึกประวัติการทำงาน (Audit Trail)
- วิเคราะห์เชิงลึก: มีกราฟและเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลการผลิตและการใช้พลังงานแยกตามรายชิ้นส่วนหรือระดับโมดูล ช่วยให้วางแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกันได้แม่นยำ ลดโอกาสเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดซึ่งอาจกระทบการผลิตไฟฟ้าและรายได้
เกี่ยวกับ SolarEdge Technologies
SolarEdge Technologies เป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน โดยใช้วิศวกรรมและนวัตกรรมระดับโลกในการพัฒนาโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับกลุ่มลูกค้าในภาคที่อยู่อาศัย ภาคพาณิชย์ และภาคสาธารณูปโภค SolarEdge นำเสนอโซลูชันที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับการผลิต การจัดเก็บ การจัดการ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ พัฒนาและผลิตทั้งอินเวอร์เตอร์โซล่าเซลล์ Power Optimizer ระบบจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ระบบจัดเก็บพลังงาน และบริการโครงข่ายไฟฟ้า
เทคโนโลยี DC-Optimized ของ SolarEdge ถูกติดตั้งในบ้านหลายล้านหลังในกว่า 140 ประเทศ และมากกว่า 50% ของบริษัท Fortune 100 มีการใช้งานเทคโนโลยีของ SolarEdge บนหลังคาของพวกเขา SolarEdge มีบทบาทสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงข่ายพลังงานแบบกระจายที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีบริการหลังการขายที่ครอบคลุม เพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งเจ้าของบ้านและภาคธุรกิจ และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ให้การรับประกันที่ยาวนานที่สุดในตลาดอีกด้วย
ติดต่อเรา
กรอกแบบฟอร์ม คลิก
LINE Official: SolarEdge Thailand
ติดตามข่าวสารใหม่ๆ จาก SolarEdge
Facebook: SolarEdge Technologies Inc.
Instagram: @solaredgepv
X: @SolarEdgePV
LinkedIn: SolarEdge Technologies