พาส่อง 6 กลุ่มธุรกิจที่เหมาะกับการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์

Content Writer / SolarEdge Thailand
24-09-2025
พาส่อง 6 กลุ่มธุรกิจที่เหมาะกับการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์

พลังงานไฟฟ้าเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์กรและธุรกิจในไทยจึงล้วนหันมาให้ความสำคัญกับระบบโซล่าเซลล์เชิงพาณิชย์มากขึ้น ความต้องการในระบบโซล่าเซลล์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงจึงมีมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ธุรกิจมากมายจึงเริ่มวางแผนติดตั้งโซล่าเซลล์ ทั้งเพื่อลดต้นทุนพลังงาน เสริมภาพลักษณ์ธุรกิจ และสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งนี้หนึ่งคำถามสำคัญคือ ธุรกิจกลุ่มใดบ้างที่เหมาะกับการติดตั้งโซล่าเซลล์ ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้จริง และได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อการลงทุน ในบทความนี้ SolarEdge จะมาแนะนำ 6 กลุ่มธุรกิจที่เหมาะกับการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ เพื่อประกอบการพิจารณาการตัดสินใจลงทุนอย่างเหมาะสมที่สุด

โรงงานอุตสาหกรรม

โรงงานอุตสาหกรรมถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักสำหรับการติดตั้งโซล่ารูฟและระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากโรงงานโดยทั่วไปมักมีการใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมหาศาลตลอดทั้งวันเพื่อดำเนินการอุปกรณ์ต่างๆ เช่น

  • ขับเคลื่อนเครื่องจักรและสายการผลิต
  • ระบบปรับอากาศขนาดใหญ่
  • ระบบแสงสว่างจำนวนมาก

นอกจากนี้ โรงงานส่วนใหญ่มีพื้นที่หลังคาขนาดใหญ่และเรียบ ซึ่งเหมาะสำหรับติดตั้งแผงโซล่าเซลล์จำนวนมาก จึงแนะนำให้โรงงานต่างๆ หันมาลงทุนในอินเวอร์เตอร์ออนกริดและแผงโซล่าเซลล์คุณภาพสูง เพื่อช่วยให้ระบบทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ลดต้นทุนการผลิตโดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับโรงงานที่มีกระบวนการผลิตแบบ 24 ชั่วโมง การติดตั้งระบบสำรองไฟโซล่าเซลล์ เช่น แบตเตอรี่ SolarEdge CSS-OD เพิ่มเติมจะช่วยให้ใช้พลังงานได้ในเวลากลางคืน ลดการพึ่งพาพลังงานจากกริด หรือมีไฟสำรองใช้กรณีที่ไฟฟ้าดับ กล่าวได้ว่าการติดตั้งโซล่าร์โรงงานช่วยลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของการผลิตได้อย่างดี

ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า

ธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่อย่างห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตมีลักษณะที่เอื้อต่อการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากมีหลังคาขนาดใหญ่และมักใช้พลังงานปริมาณมากในช่วงเวลากลางวัน (โดยเฉพาะช่วงเวลาเปิดให้บริการ 10:00 - 22:00 น.) ทั้งจากระบบแสงสว่าง เครื่องปรับอากาศ ตู้แช่เย็น ป้ายโฆษณาดิจิทัล และอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ของร้านค้าปลีกที่เช่าพื้นที่ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ห้างประหยัดพลังงานแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ธุรกิจ สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม

ในการวางแผนติดตั้งโซล่าเซลล์ ธุรกิจห้างสรรพสินค้ายังสามารถใช้ประโยชน์จากลานจอดรถเพื่อสร้าง Solar Carport หรือก็คือการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาของลานจอด เพื่อเป็นแหล่งผลิตพลังงานเพิ่มเติมให้กับตัวห้าง ติดตั้งร่วมกับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger Station) โดยใช้พลังงานจากระบบโซล่าเซลล์เพื่อชาร์จรถยนต์แทนได้ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังในระยะยาว และเปิดบริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแก่ลูกค้าไปพร้อมกัน

คลังสินค้าและศูนย์โลจิสติกส์

คลังสินค้าและศูนย์โลจิสติกส์เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีศักยภาพสูงสำหรับการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เช่นเดียวกับโรงงาน คลังและโกดังสินค้ามักมีพื้นที่หลังคาขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ จึงสามารถติดตั้งโซล่าร์ได้ง่าย โดยปัจจุบันมี บริษัทติดตั้งโซล่าเซลล์หลายแห่งที่ให้บริการออกแบบหน้าไซต์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคลังสินค้า

ธุรกิจโลจิสติกส์สมัยใหม่ยังสามารถใช้ประโยชน์จากระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในการรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต เช่น การติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับรถขนส่งสินค้าที่กำลังเข้าสู่รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ หรืออาจเป็นอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ภายในโกดังอย่าง รถโฟล์คลิฟต์ไฟฟ้า หรือรถกอล์ฟเพื่อขนส่งคนและสิ่งของภายในพื้นที่

คลังสินค้าและศูนย์โลจิสติกส์

โรงแรมและรีสอร์ท

โรงแรมและรีสอร์ทเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจท่องเที่ยวที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อรองรับแขกที่เข้าพักตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งระบบแสงสว่าง เครื่องปรับอากาศ ระบบเครื่องน้ำร้อน สระว่ายน้ำ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ แม้จะมีการปิดไฟหรือพักระบบบางส่วนในเวลากลางคืน แต่ยังคงมีการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ

การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในโรงแรม นอกจากจะช่วยลดต้นทุนบิลค่าไฟแล้ว ยังเป็นจุดขายที่ดีเยี่ยมในการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม Green Traveler หรือนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นการเสริมภาพลักษณ์องค์กร พร้อมสร้างจุดเด่นนอกเหนือจากคู่แข่งในตลาดอีกด้วย

อาคารสำนักงานและสถาบันการศึกษา

อาคารสำนักงาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย และสถาบันกวดวิชาล้วนมีการใช้ไฟฟ้าหลักในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งอาคารหลายแห่งเป็นอาคารที่มีอายุการใช้งานนานหลายสิบปี ดังนั้นอุปกรณ์ไฟฟ้าบางอย่างอาจยังคงใช้ไฟสูง การติดตั้งโซล่าเซลล์จึงเป็นทางออกที่สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นอาคารเรียนเก่า หรือตึกสำนักงานสมัยใหม่ก็ตาม นอกจากนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจอีกด้วย

  • สำหรับโรงเรียนและสถาบันการศึกษา - สามารถประยุกต์ใช้ระบบโซล่าเซลล์เป็นสื่อการเรียนการสอนที่ดี และเป็นตัวอย่างด้านความยั่งยืนให้กับนักเรียนและสังคม
  • สำหรับอาคารสำนักงานและอาคารพาณิชย์ -  การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ส่งผลให้อาคารมีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับบริษัทผู้เช่าที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานสะอาด และ CSR (Corporate Social Responsibility)

เกษตรอุตสาหกรรม (Argo-Industry) 

ระบบโซล่าเซลล์มอบประโยชน์ต่อกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมการเกษตรได้ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นฟาร์มไก่ ฟาร์มหมู โรงเรือนปลูกพืช หรือฟาร์มปลา โดยพลังงานที่ผลิตจากแสงอาทิตย์สามารถนำมาใช้ในระบบไฟฟ้าภายใน เช่น ระบบชลประทาน การสูบน้ำ ระบบระบายอากาศ และการควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนปลูกผักและเลี้ยงสัตว์ ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้ในระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรืออยู่นอกเหนือกริดของการไฟฟ้า ประสบกับค่าไฟฟ้าสูงหรือมีปัญหาเรื่องเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ซึ่งฟาร์มและไร่สวนต่างๆ สามารถได้ประโยชน์จากทั้งอินเวอร์เตอร์ออนกริดและระบบสำรองไฟโซล่าเซลล์ในกรณีที่ติดตั้งแบบออฟกริด นอกจากนี้ยังสามารถติดโซล่าเซลล์เพื่อลดค่าไฟบ้านที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ไร่ฟาร์มอีกด้วย

เกษตรอุตสาหกรรม (Argo-Industry)

จะเห็นได้ว่าการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์เชิงพาณิชย์ถือเป็นการลงทุนที่มีความคุ้มค่าในระยะยาวสำหรับธุรกิจทั้ง 6 กลุ่มที่กล่าวมา ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการลดต้นทุนการผลิต ห้างสรรพสินค้าที่มุ่งเน้นการสร้างภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืน หรือธุรกิจเกษตรที่ต้องการความมั่นคงด้านพลังงาน ทุกกลุ่มธุรกิจล้วนได้รับประโยชน์จากการใช้พลังงานสะอาดที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ 

ประโยชน์ของการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์สำหรับธุรกิจ

นอกเหนือจากประโยชน์เฉพาะกลุ่มของแต่ละอุตสาหกรรมกล่าวไปข้างต้น ธุรกิจต่างๆ ที่หันมาใช้งานโซล่าเซลล์มีข้อได้เปรียบด้านพลังงานในหลายๆ ด้านอีกด้วย ได้แก่

1. ลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว

การติดโซล่าเซลล์เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในสำนักงานสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ราว 20-60%[2] ขึ้นอยู่กับขนาดของระบบโซล่าเซลล์ที่ติดตั้งและพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์มีอายุการใช้งานยาวนาน 25-30 ปี[3] ทำให้เป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ราคาค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

2. การสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ดี

การใช้พลังงานสะอาดช่วยสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรในฐานะธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีผลต่อการดึงดูดลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และแม้กระทั่งพนักงานใหม่ๆ ซึ่งในยุคที่ ESG (Environmental, Social, Governance) กำลังกลายเป็นเกณฑ์สำคัญในการประเมินความยั่งยืนของบริษัท การมีระบบพลังงานหมุนเวียนอย่างโซล่าเซลล์จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความน่าเชื่อถือขององค์กรในสายตาของผู้บริโภค พร้อมเสริมความสามารถเพื่อรองรับการแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้น และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ความมั่นคงด้านพลังงาน

การที่ธุรกิจมีแหล่งผลิตพลังงานเป็นของตัวเอง ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนพลังงาน เช่นในกรณีที่ไฟดับ หรือกริดการไฟฟ้าเกิดปัญหาขัดข้อง พร้อมเป็นเพราะป้องกันธุรกิจจากการผันผวนของราคาพลังงานในอนาคต

ทั้งนี้ การติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ออนกริดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้พลังงานในปริมาณหรือการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นที่แนะนำให้ติดตั้งอุปกรณ์อื่นๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะแบตเตอรี่โซล่าเซลล์ ซึ่งควรเลือกชนิดที่เหมาะสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ อย่าง SolarEdge CSS-OD ตู้แบตเตอรี่ที่มีกำลังไฟสูงถึง 102.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง และสามารถขยายขนาดได้ไปจนถึง 2 เมกะวัตต์ชั่วโมง เพื่อรองรับความต้องการด้านพลังงานที่มากขึ้นในอนาคต อีกทั้งยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูง ตรวจสอบสถานะการทำงานสะดวกผ่าน SolarEdge ONE for C&I เพื่อการจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างครบวงจร 

สรุป

การติดตั้งระบบโซล่าเซลล์เชิงพาณิชย์สำหรับธุรกิจในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่การลดต้นทุนค่าไฟฟ้าเท่านั้น แต่ถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนขององค์กร ด้วยประโยชน์ที่หลากหลายทั้งในด้านการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน การเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการเตรียมความพร้อมรองรับกฎระเบียบด้าน ESG ที่เข้มงวดขึ้นในอนาคต ทำให้การลงทุนในระบบพลังงานแสงอาทิตย์กลายเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดในการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ ไม่ว่าจะเป็นการติดโซล่าเซลล์ลดค่าไฟบ้าน โรงงาน หรืออาคารใดๆ คือ การเลือกใช้ระบบและเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง จากผู้ผลิตที่มีความน่าเชื่อถือและประสบการณ์ในระดับสากล อย่างเช่น SolarEdge และ SolarEdge Home ที่นำเสนอโซลูชันครบวงจรตั้งแต่อินเวอร์เตอร์ประสิทธิภาพสูง Power Optimizer ที่ช่วยเพิ่มผลผลิตพลังงาน แบตเตอรี่และระบบสำรองพลังงาน ไปจนถึงระบบติดตามและจัดการพลังงานอัจฉริยะ ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมรับประกันการทำงานที่เสถียรและปลอดภัยในระยะยาว ทำให้การลงทุนในระบบโซล่าเซลล์ของธุรกิจคุ้มค่าและตอบโจทย์ความต้องการทั้งในปัจจุบันและอนาคต

เกี่ยวกับ SolarEdge Technologies

SolarEdge Technologies เป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน โดยใช้วิศวกรรมและนวัตกรรมระดับโลกในการพัฒนาโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับกลุ่มลูกค้าในภาคที่อยู่อาศัย ภาคพาณิชย์ และภาคสาธารณูปโภค SolarEdge นำเสนอโซลูชันที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับการผลิต การจัดเก็บ การจัดการ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทพัฒนาและผลิตอินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์ Power Optimizer ระบบจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ระบบจัดเก็บพลังงาน และบริการโครงข่ายไฟฟ้า

เทคโนโลยี DC-Optimized ของ SolarEdge ถูกติดตั้งในบ้านหลายล้านหลังในกว่า 140 ประเทศ และมากกว่า 50% ของบริษัท Fortune 100 มีการใช้งานเทคโนโลยีของ SolarEdge บนหลังคาของพวกเขา SolarEdge มีบทบาทสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงข่ายพลังงานแบบกระจายที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีบริการหลังการขายที่ครอบคลุม เพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งเจ้าของบ้านและภาคธุรกิจ และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ให้การรับประกันที่ยาวนานที่สุดในตลาดอีกด้วย

 

ติดต่อเรา 

กรอกแบบฟอร์ม คลิก

LINE Official: SolarEdge Thailand

 

ติดตามข่าวสารใหม่ๆ จาก SolarEdge

Facebook: SolarEdge Technologies Inc.

Instagram: @solaredgepv

X: @SolarEdgePV 

LinkedIn: SolarEdge Technologies

บทความที่เกี่ยวข้อง