เช็กค่าไฟออนไลน์ทำอย่างไร แนะนำขั้นตอนง่ายๆ ตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง

Content Writer / SolarEdge Thailand
13-08-2025
เช็กค่าไฟออนไลน์ทำอย่างไร แนะนำขั้นตอนง่ายๆ ตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง

ในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การควบคุมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่เป็นค่าใช้จ่ายประจำที่ทุกครัวเรือนชำระในทุกๆ เดือน วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีเช็กค่าไฟฟ้าออนไลน์แบบง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณสามารถเช็กค่าไฟได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมแนะนำแนวทางการลดค่าไฟในระยะยาวด้วยการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์

เช็กค่าไฟออนไลน์ สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องรอบิล

การเช็กค่าไฟออนไลน์ในปัจจุบันทำได้ง่ายมากผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ช่วยให้คุณไม่ต้องรอใบแจ้งหนี้มาถึงบ้าน สามารถวางแผนการใช้จ่ายได้ล่วงหน้า 

วิธีเช็กค่าไฟการไฟฟ้านครหลวง (MEA)

การเช็กค่าไฟออนไลน์ในปัจจุบันทำได้ง่ายดายผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของการไฟฟ้านครหลวง ช่วยให้เจ้าของบ้านจำเป็นไม่ต้องรอบิลค่าไฟมาส่งถึงบ้าน สามารถวางแผนการใช้จ่ายได้ล่วงหน้าได้ราบรื่นยิ่งขึ้น

1. เช็กค่าไฟผ่านเว็บไซต์ MEA e-Service

ผู้ที่อาศัยอยู่ในกทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ สามารถตรวจเช็กค่าไฟผ่านเว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้ง่าย ตามขั้นตอนดังนี้

  • เข้าสู่เว็บไซต์ https://meaeservice.mea.or.th/ 

  • ลงทะเบียนสมาชิกใหม่โดยกรอกข้อมูลส่วนตัวและหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า หรือลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD

  • เลือกเมนู "ตรวจสอบค่าไฟฟ้า" เพื่อดูรายละเอียดการใช้ไฟและค่าใช้จ่าย

  • สามารถเลือกชำระค่าไฟออนไลน์ได้ทันที

2. เช็กผ่านแอปพลิเคชัน MEA Smart Life

เพื่อความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เจ้าของบ้านสามารถเช็กค่าไฟผ่านแอป MEA Smart Life บนสมาร์ทโฟน ซึ่งสามารถทำได้ทั้งตรวจสอบค่าไฟ ดูบิลย้อนหลัง ประวัติการชำระ โดยสามารถเช็กค่าไฟผ่านแอปพลิเคชัน MEA Smart Life ได้ดังนี้

  • ดาวน์โหลดแอป MEA Smart Life ผ่าน App Store หรือ Google Play

  • ลงทะเบียนและเพิ่มข้อมูลเครื่องวัดไฟฟ้า

  • ตรวจสอบการใช้ไฟฟ้า (สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ 6 เดือน)

  • หรือใช้ฟีเจอร์ระบบคำนวณค่าไฟฟ้าเพื่อประเมินค่าไฟล่วงหน้า

  • สามารถชำระค่าไฟฟ้าได้ทันทีผ่าน QR Code, Barcode, เคาน์เตอร์เซอร์วิส และยังรองรับการชำระผ่านบัตรเครดิต Visa และ Master Card 

นอกจากนี้ แอปพลิเคชัน MEA Smart Life ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ มากมาย เช่น แจ้งเตือนเมื่อค่าไฟฟ้าสูงผิดปกติ ประกาศล่วงหน้าถึงวันปิดปรับปรุงระบบไฟฟ้า และแจ้งเหตุไฟฟ้าดับผ่านแอปได้ทันที

3. เช็กผ่าน LINE Official Account MEA Connect

ส่วนใครที่ไม่ต้องการเช็กค่าไฟผ่านเว็บไซต์หรือดาวน์โหลดเพิ่มเติม สามารถเช็กค่าไฟออนไลน์ผ่าน LINE Official Account ของการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA Connect ได้เช่นกัน โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  • เพิ่มเพื่อนใน LINE เป็น MEA Connect (@meathailand)

  • บนหน้าแชทใน Rich Menu เลือกเมนู “ลงทะเบียนเพิ่มบ้าน” โดยกรอกหมายเลขบัญชีแสดงสัญญา และรหัสเครื่องวัดไฟฟ้า (มิเตอร์)

  • เลือกเมนู “ตรวจสอบชำระค่าไฟฟ้า” เพื่อเช็กค่าไฟและชำระเงินได้ทันที โดยสามารถชำระผ่าน Rabbit LINE Pay หรือใช้ QR Code เพื่อชำระผ่านแอป Mobile Banking ต่างๆ  

วิธีเช็กค่าไฟการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)

ผู้ที่อาศัยอยู่นอกเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ สามารถใช้บริการตรวจสอบค่าไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยมี -3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 

1. เช็กผ่านเว็บไซต์ PEA e-Service

  • เข้าสู่เว็บไซต์ https://eservice.pea.co.th

  • ลงทะเบียนผู้ใช้งานใหม่ โดยกรอกข้อมูลส่วนตัวและลงทะเบียนมิเตอร์

  • เลือกเมนูตรวจสอบค่าไฟฟ้าเพื่อดูข้อมูลการใช้งาน โดยสามารถดูประวัติการใช้ไฟย้อนหลัง 6 เดือน

  • เลือกเมนูชำระค่าไฟฟ้า เพื่อชำระค่าไฟออนไลน์ได้ทันที

2. เช็กผ่านแอปพลิเคชัน PEA Smart Plus

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังมีตัวเลือกแอปพลิเคชัน PEA Smart Plus เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการตรวจสอบและชำระค่าไฟฟ้า โดยมีขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งานดังนี้

  • ดาวน์โหลดแอป PEA Smart Plus ผ่าน App Store หรือ Google Play 

  • เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี PEA e-Service หรือลงทะเบียนใหม่หากยังไม่มี

  • หลังเข้าสู่ระบบ สามารถเลือกเมนูตรวจสอบค่าไฟฟ้า ข้อมูลประวัติการใช้ไฟฟ้า ชำระค่าไฟฟ้า และบริการอื่นๆ ได้ทันที

3. เช็กผ่าน LINE @PEAThailand

เช่นเดียวกันกับการไฟฟ้านครหลวง เจ้าของบ้านสามารถ เช็กค่าไฟฟ้าและชำระผ่าน LINE Official Account PEA Thailand ได้ง่ายๆ ดังนี้

  • เพิ่มเพื่อนใน LINE เป็น MEA Connect (@meathailand)

  • บนหน้าแชทใน Rich Menu เลือกเมนู “ลงทะเบียน/ตรวจสอบค่าไฟฟ้า” เพื่อเช็กค่าไฟฟ้า โดยระบบจะแสดงบิลค่าไฟในแต่ละเดือน ให้เลือกบิลที่ต้องการชำระ และคลิก “รายละเอียด”

  • จากนั้นระบบจะแสดงยอดชำระค่าไฟฟ้า พร้อมสถานะวันครบกำหนดชำระ สามารถเลือกชำระค่าไฟฟ้าผ่าน QR Code ได้ทันที

ทำความเข้าใจการคำนวณค่าไฟมากขึ้น

พอทราบแล้วว่า มีช่องทางในการเช็กค่าไฟกับ MEA และ PEA อย่างไรบ้าง ขอแนะนำให้เจ้าของบ้านทำความเข้าใจระบบคำนวณค่าไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้สามารถสำรวจความถูกต้องของบิลค่าไฟ สามารถวางแผนการใช้ไฟฟ้าได้อย่างประหยัดและคุ้มค่า และให้เพื่อเป็นข้อพิจารณาติดโซล่าเซลล์ ลดค่าไฟบ้านในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายสูงเกินกว่าที่วางแผนไว้

วิธีอ่านมิเตอร์ไฟฟ้า

ในการอ่านมิเตอร์ มีรายละเอียดสำคัญที่ต้องจดบันทึก ได้แก่

  • ตัวเลขบนหน้าปัดมิเตอร์ 5 หลัก โดยให้อ่านตัวเลขจากซ้ายไปขวา และให้จดตัวเลขทั้งหมดที่เห็น 

  • ในการรวมเลข ไม่จำเป็นต้องรวมที่เป็นเลขทศนิยม เพราะอาจทำให้ส่วนต่างของค่าไฟต่างกันจากรอบที่แล้ว จนทำให้ค่าไฟดูสูงมากผิดปกติ

  • ต่อมา นำตัวเลขเดือนปัจจุบันลบกับเดือนก่อนหน้า และคูณด้วยอัตราค่าไฟตามประเภทผู้ใช้ เพื่อคำนวณการใช้ไฟฟ้าเบื้องต้น

อัตราค่าไฟสำหรับบ้านอยู่อาศัย

สำหรับบ้านเรือนหรือที่อยู่อาศัยการไฟฟ้าจะคิดคำนวณอัตราค่าไฟแบบก้าวหน้า หรือก็คือยิ่งใช้ไฟฟ้ามากเท่าไหร่ ยิ่งจ่ายค่าไฟมากขึ้นเท่านั้น โดยจะแบ่งแยกย่อยออกเป็น 3 อัตรา ได้แก่ อัตรา 1.1, อัตรา 1.2 และอัตรา 1.3 (อัตรา TOU) โดยมีรายละเอียด ดังนี้
 

อัตรา 1.1 - บ้านที่ติดตั้งมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ และใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน

ค่าบริการ 8.19 บาท/เดือน

ค่าพลังงานไฟฟ้า

15 หน่วย (กิโลวัตต์ชั่วโมง) แรก (หน่วยที่ 1 – 15) 

หน่วยละ 2.3488 บาท

10 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 16 – 25)

หน่วยละ 2.9882 บาท

10 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 26 – 35)

หน่วยละ 3.2405 บาท

65 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 36 – 100)

หน่วยละ 3.6237 บาท

50 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 101 – 150)

หน่วยละ 3.7171 บาท

250 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 151 – 400)

หน่วยละ 4.2218 บาท

เกินกว่า 400 หน่วย (หน่วยที่ 401 เป็นต้นไป)

หน่วยละ 4.4217 บาท

 

อัตรา 1.2 - บ้านที่ติดตั้งมิเตอร์เกิน 5 แอมป์ หรือใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน

ค่าบริการ 24.62 บาท/เดือน

ค่าพลังงานไฟฟ้า

15 หน่วย (กิโลวัตต์ชั่วโมง) แรก (หน่วยที่ 1 – 15) 

หน่วยละ 3.2484 บาท

10 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 16 – 25)

หน่วยละ 4.2218 บาท

10 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 26 – 35)

หน่วยละ 4.4217 บาท


 

อัตรา 1.3 - อัตราตามช่วงเวลาการใช้งาน (Time of Use Tariff)

Time of Use Tariff (TOU) เป็นการคิดคำนวณอัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาการใช้งาน แบ่งเป็น On Peak ช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (9:00 น. - 22:00 น. วันจันทร์ - ศุกร์) และ Off Peak ช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าน้อยอย่าง ช่วงเวลากลางคืน วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (22:00 น. - 9:00 น. วันจันทร์ - ศุกร์ และ 00:00 - 24:00 น. วันเสาร์ - อาทิตย์)  

ค่าพลังงานไฟฟ้า

 

On Peak 

Off Peak 

ค่าบริการ (บาท/เดือน)

แรงดัน 12 – 24 กิโลโวลต์

หน่วยละ 5.1135 บาท

หน่วยละ 2.6037 บาท

312.24

แรงดันต่ำกว่า 12 กิโลโวลต์

หน่วยละ 5.7982 บาท

หน่วยละ 2.6369 บาท

24.62


ส่วนประกอบของบิลค่าไฟ

ข้อมูลอีกหนึ่งส่วนที่ควรศึกษาเอาไว้ก็คือค่าต่างๆ ที่ระบุอยู่บนบิลค่าไฟฟ้า ซึ่งมีด้วยกัน 4 ส่วนที่ส่งผลต่อค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน ได้แก่

1. ค่าพลังงานไฟฟ้า - ค่าต้นทุนต่างๆ ในการผลิตไฟฟ้า โดยคิดตามจำนวนหน่วยที่ใช้

2. ค่าบริการรายเดือน - ค่าธรรมเนียมการให้บริการ ซึ่งรวมต้นทุนในการอ่านและจดหน่วย การจัดทำและส่งบิลค่าไฟฟ้า ระบบชำระค่าไฟฟ้า 

3. ค่า FT - ค่าไฟฟ้าผันแปร (Fuel Adjustment Change) ซึ่งสะท้อนต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการผลิตไฟฟ้า โดยจะมีการปรับเปลี่ยนทุก 4 เดือนตามมติของกกพ.  

4.ภาษีมูลค่าเพิ่ม - ค่าภาษี 7% ของยอดรวม ซึ่งเรียกเก็บตามกฎหมายกำหนด

จะเห็นได้ว่าการเช็กค่าไฟออนไลน์ในปัจจุบันสามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่านหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือ LINE OA ของทั้งการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ช่วยให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถตรวจสอบและชำระค่าไฟได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องรอใบแจ้งหนี้ อีกทั้งการทำความเข้าใจระบบคำนวณค่าไฟฟ้า อัตราค่าไฟและส่วนประกอบต่างๆ ในบิลค่าไฟ จะช่วยให้สามารถวางแผนการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม หากค่าไฟฟ้ายังคงสูงอยู่ การพิจารณาติดตั้งโซล่าเพิ่มเติมเพื่อลดค่าไฟฟ้าในระยะยาวอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน

การใช้งานระบบโซล่าเซลล์ช่วยลดค่าไฟฟ้า

การใช้งานระบบโซล่าเซลล์ช่วยลดค่าไฟฟ้า

นอกจากการเช็กค่าไฟและควบคุมการใช้งานให้เหมาะสม การลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการติดโซล่าเซลล์ ที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบ ไม่ว่าจะเป็นแผงโซล่าเซลล์ อินเวอร์เตอร์ออนกริด ระบบสำรองไฟโซล่าเซลล์ หรืออื่นๆ ซึ่งจากสถิติ พบว่าโซล่ารูฟสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้จริง

โซล่าเซลล์ช่วยลดค่าไฟได้เท่าไหร่

ประสิทธิภาพการผลิตพลังงานไฟฟ้าของระบบโซล่าเซลล์จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดของระบบ แต่อุปกรณ์ต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการผลิตพลังงาน เช่น คุณภาพของแผงโซล่าเซลล์ หรือการทำงานของอินเวอร์เตอร์ โดยจากการคำนวณโดยคร่าวๆ สามารถคำนวณอัตราการประหยัดค่าไฟฟ้าเบื้องต้น โดยอ้างอิงจากขนาดระบบ (กิโลวัตต์) ได้ ดังนี้

  • แผง 1 กิโลวัตต์ ช่วยประหยัดค่าไฟบ้านได้ราวๆ 500 - 700 บาท/เดือน

  • แผง 3 กิโลวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 4,000 - 4,600 หน่วย/ปี คาดว่าช่วยประหยัดค่าไฟบ้านได้ราวๆ 1,700 - 1,900 บาท/เดือน

  • แผง 5 กิโลวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 7,000 - 7,700 หน่วย/ปี คาดว่าช่วยประหยัดค่าไฟบ้านได้ราวๆ 2,800 - 3,100 บาท/เดือน

  • แผง 10 กิโลวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 14,000 - 15,300 หน่วย/ปี คาดว่าช่วยประหยัดค่าไฟบ้านได้ราวๆ 5,600 - 6,200 บาท/เดือน

ทั้งนี้อัตราการประหยัดพลังงานอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นด้วย ยกตัวอย่างเช่น การติดตั้งโซล่าโรงงานที่มักมีขนาดใหญ่กว่าจะผลิตพลังงานได้มากกว่า แต่โรงงานก็อาจใช้ไฟฟ้าปริมาณมากด้วยเช่นกัน ดังนั้นการตอบคำถาม “โซล่าเซลล์ช่วยลดค่าไฟได้เท่าไหร่” จึงต้องพิจารณาปัจจัยด้านพฤติกรรมการใช้งานร่วมด้วย

ข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจติดตั้งโซล่าเซลล์บ้าน

การตัดสินใจติดตั้งโซล่าเซลล์เป็นการลงทุนระยะยาวที่ต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบ้าน โดยมีข้อสำคัญควรพิจารณา ดังนี้

ความพร้อมของพื้นที่

การประเมินพื้นที่หลังคาเป็นปัจจัยแรกที่สำคัญสำหรับการติดตั้งโซล่า โดยควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความแข็งแรงของหลังคาก่อนติดตั้งโซล่ารูฟ วัดขนาดพื้นที่สำหรับติดตั้งระบบ ทิศทางของหลังคาและมุมที่ได้รับแสงแดดมากที่สุด และควรตรวจสอบสิ่งขีดขวางบริเวณโดยรอบ เช่น ต้นไม้ อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ที่อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของระบบลดลง

พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้านั้นมีผลอย่างมากต่อการประหยัดพลังงาน และจุดคุ้มทุนของการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ ซึ่งไม่ใช่แค่รูปแบบสถานที่เท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาถึงช่วงเวลาการใช้ไฟฟ้า ปริมาณการใช้ในแต่ละเดือน ความต้องการไฟสำรอง รวมถึงแผนการใช้ไฟในอนาคต เช่น อาจมีการติดตั้งระบบสำรองไฟโซล่าเซลล์ หรือติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน เป็นต้น

งบประมาณ

ต้นทุนหรืองบประมาณถือเป็นปัจจัยหลักของหลายๆ คนเมื่อต้องติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ เพราะโซล่ารูฟเป็นการลงทุนระยะยาว และใช้ระยะเวลาหลายปีกว่าจะถึงจุดคุ้มทุน นอกจากนี้ยังมีส่วนของค่าติดตั้ง ค่าอุปกรณ์เสริม และค่าบำรุงรักษาอีกด้วย จึงควรวางแผนอย่างรอบคอบ และกำหนดงบประมาณให้ครอบคลุมทุกค่าใช้จ่าย

การเช็กค่าไฟอย่างสม่ำเสมอผ่านช่องทางออนไลน์ หรือคิดคำนวณจากมิเตอร์และบิลค่าไฟจะช่วยให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายและวางแผนการใช้พลังงานได้ดีขึ้น สำหรับการลดค่าไฟในระยะยาว การลงทุนในระบบโซล่าเซลล์คุณภาพสูงถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้ผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์อย่าง SolarEdge Home ที่นำเสนอโซลูชันและผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย มีระบบความปลอดภัยครบครัน และการรับประกันยาวนาน ทำให้มั่นใจได้ว่าการลงทุนระบบโซล่าเซลล์จะให้ผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืน

เกี่ยวกับ SolarEdge Technologies

SolarEdge Technologies เป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน โดยใช้วิศวกรรมและนวัตกรรมระดับโลกในการพัฒนาโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับกลุ่มลูกค้าในภาคที่อยู่อาศัย ภาคพาณิชย์ และภาคสาธารณูปโภค SolarEdge นำเสนอโซลูชันที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับการผลิต การจัดเก็บ การจัดการ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทพัฒนาและผลิตอินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์ Power Optimizer ระบบจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ระบบจัดเก็บพลังงาน และบริการโครงข่ายไฟฟ้า

เทคโนโลยี DC-Optimized ของ SolarEdge ถูกติดตั้งในบ้านหลายล้านหลังในกว่า 140 ประเทศ และมากกว่า 50% ของบริษัท Fortune 100 มีการใช้งานเทคโนโลยีของ SolarEdge บนหลังคาของพวกเขา SolarEdge มีบทบาทสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงข่ายพลังงานแบบกระจายที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีบริการหลังการขายที่ครอบคลุม เพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งเจ้าของบ้านและภาคธุรกิจ และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ให้การรับประกันที่ยาวนานที่สุดในตลาดอีกด้วย

ติดต่อเรา 

กรอกแบบฟอร์ม คลิก

LINE Official: SolarEdge Thailand

ติดตามข่าวสารใหม่ๆ จาก SolarEdge

Facebook: SolarEdge Technologies Inc.

Instagram: @solaredgepv

X: @SolarEdgePV 

LinkedIn: SolarEdge Technologies

บทความที่เกี่ยวข้อง